posttoday
แนะ 9 ปฏิวัติฟื้นจีดีพี ปลุก CLMV ดันเศรษฐกิจคึก

แนะ 9 ปฏิวัติฟื้นจีดีพี ปลุก CLMV ดันเศรษฐกิจคึก

13 มิถุนายน 2557

หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสแรกเติบโตเพียง 2.9% เนื่องจาก ผลกระทบทางการเมือง ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ประกอบกับประเทศไทยเน้นการพึ่งพารายได้จากการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 74% และในจำนวนนี้พึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศจีนถึง 12% เมื่อจีนมีปัญหาด้านเศรษฐกิจชะลอตัว จึงทำให้ภาคการส่งออกของไทยชะงักงันตามไปด้วย

หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสแรกเติบโตเพียง 2.9% เนื่องจาก ผลกระทบทางการเมือง ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ประกอบกับประเทศไทยเน้นการพึ่งพารายได้จากการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 74% และในจำนวนนี้พึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศจีนถึง 12% เมื่อจีนมีปัญหาด้านเศรษฐกิจชะลอตัว จึงทำให้ภาคการส่งออกของไทยชะงักงันตามไปด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ประเทศไทยต้องเร่งกลับมามองตัวเองพร้อมกับอุดช่องโหว่ของปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นคือการกลับมามองตัวเอง เพราะปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้อัตราการบริโภคภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยมีอัตราการเติบโตลดลงทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นในด้าน ของการลงทุน หรือการใช้จ่ายของภาครัฐ ถือเป็น เม็ดเงินก้อนโตคิดเป็นอัตราส่วน 22% ของจีดีพีที่ ใช้จ่ายลดลง

นอกจากนี้ การส่งออกและนำเข้าก็ยังลดลง เนื่องจากประเทศไทยเน้นพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ขณะที่ภาคการนำเข้าก็เป็นการนำเข้าชิ้นส่วนมาผลิตเพื่อการส่งออก จึงทำให้สูญเสียเม็ดเงินดังกล่าวไปค่อนข้างมาก และหากหันมามองที่ผู้บริโภคภายในประเทศก็มีการบริโภคที่ชะลอตัว เพราะขาดความมั่นใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง

เมื่อมีปัจจัยเกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ รวมไปถึงค้าปลีกและค้าส่งก็มีอัตราการเติบโตชะลอตัวไปด้วย เห็นได้จากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา การบริโภคภายในประเทศของไทยหายไป 3% และภาคการลงทุนหายไป 9%

ปัจจัยหลักที่ทำให้จีดีพีของไทยในช่วงไตรมาสแรกเติบโตเพียง 2.9% มาจาก 3 สาเหตุคือ 1.เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่วนหนึ่งเกิดจากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตติดลบถึง 3% ซึ่งปัจจุบันไทยหันไปพึ่งการส่งออกในประเทศดังกล่าว จึงทำให้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการลดขนาดวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) ของสหรัฐอเมริกา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ส่งผลกระทบมายังประเทศไทย

สำหรับสาเหตุที่ 2 ที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตจีดีพีของไทย คือ นโยบายประชานิยมของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าว หรือโครงการรถคันแรก ล้วนแต่เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ส่วนสาเหตุที่ 3 เกิดจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นความเชื่อมั่นจะลดลงไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศและนอกประเทศ

อย่างไรก็ดี การเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ลงทุนเริ่มดีขึ้น สิ่งที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้นภายหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ควบคู่ไปกับการกระตุ้นจีดีพีให้มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น คือการหันมาให้ความสำคัญกับตลาดซีแอลเอ็มวี หรือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง

“แม้ว่าทั้ง 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น้อยกว่าไทย หรือมีจีดีพีคิดเป็นอัตราส่วนครึ่งหนึ่ง ของประเทศไทย แต่หากนำทั้ง 4 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยมารวมตัวกันจะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ดี เพราะจะมีประชากรรวมกันถึง 170 ล้านคน ซึ่งไทยถือเป็นศูนย์ทางด้านเศรษฐกิจ จึงควรหันมาให้ความสำคัญในกลุ่มประเทศดังกล่าว

แนวโน้มที่ดีดังกล่าวประเทศไทยควรเป็นศูนย์กลางในการปฏิวัติกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีผ่านกลยุทธ์ 9 ปฏิวัติภายใต้กรอบการเปิดเออีซี ประกอบด้วย 1.การปฏิวัติมอเตอร์ไซค์ 2.การปฏิวัติร้านโชห่วย 3.การปฏิวัติเครื่องใช้ไฟฟ้า 4.การปฏิวัติสินค้าอุปโภคบริโภค 5.การปฏิวัติการเกษตร 6.การปฏิวัติอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า 7.การปฏิวัติการก่อสร้าง 8.การปฏิวัติการค้าชายแดน และ 9.การปฏิวัติภาคการเมือง

กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการ เพราะจากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้จีดีพีของประเทศไทยมีอัตราการเติบโตต่ำลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากอัตราการเติบโตของจีดีพีในช่วงปี 2503-2539 ช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยมีจีดีพีเติบโตสูงถึง 7.3%

แต่หลังจากนั้นมาประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของจีดีพีต่ำกว่า 7% มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยมีจีดีพีเติบโตเป็นอันดับที่ 31 ของโลก หากไทยไม่เร่งแก้ปัญหาคาดว่าปี 2562 จะร่วงอันดับมาอยู่ที่ 33 ของโลกอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท