posttoday
"อาร์เอส"โอด 427ล้านไม่คุ้มเสีย-เร่งเยียวยาลูกค้า

"อาร์เอส"โอด 427ล้านไม่คุ้มเสีย-เร่งเยียวยาลูกค้า

13 มิถุนายน 2557

เฮียฮ้อ แถลงเตรียม ถก กสทช.เยียวยา ลูกค้าซื้อกล่อง คาดชัดเจนสัปดาห์หน้า โอดเงิน 427 ล้านบาทได้ไม่คุ้มเสีย

เฮียฮ้อ แถลงเตรียม ถก กสทช.เยียวยา ลูกค้าซื้อกล่อง คาดชัดเจนสัปดาห์หน้า  โอดเงิน 427 ล้านบาทได้ไม่คุ้มเสีย

เวลา 13.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่อาร์เอส นายสุรชัย  เชษฐโชติศักดิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า  การได้รับเงิน 427  ล้านบาท  เพื่อชดเชยค่าเสียโอกาสที่บริษัทจะได้รับจากการทำธุรกิจ  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อลิขสิทธิ์ถือเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย  เนื่องจากแผนงานเดิมของการบริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 บริษัทวางเป้าหมายรายได้ไว้สูงกว่านี้

อย่างไรก็ดี  ในด้านของการบริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท  ซึ่งผู้สนใจที่จะนำลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงและแพร่ภาพการถ่ายทดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ยังคงต้องต้องติดต่อขอลิขสิทธิ์จากบริษัท

สำหรับแผนการเยียวยาลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกไปนั้น  ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  ซึ่งเบื้องต้นบริษัทมีแผนที่จะเยียวยาลูกค้าด้วยการรับคืนกล่องบอลโลก  และรับคืนเงิน  หากลูกค้าต้องการค่าชดเชย  โดยคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดการเยียวยาลูกค้า

“สถานการณ์แบบนี้เรื่องของธุรกิจเป็นเรื่องรอง  เรื่องของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่  เราจึงยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว  เพราะถึงแม้ว่าเงินที่ได้มาจะไม่คุ้มเสีย  แต่ก็ไม่ได้ขาดทุนแค่ทำให้ไม่ได้เงินตามเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น  ส่วนในเรื่องของการเยียวยาบริษัทก็ไม่ได้นิ่งเฉย  เราต้องออกมารับผิดชอบคาดว่าประมาณวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย.นี้น่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดของการเยียวยา” นายสุรชัยกล่าว

ทั้งนี้  บริษัทมั่นใจว่าลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกไปกว่า 3 แสนกล่องจะไม่นำกล่องมาทั้งหมดมาคืน  เพราะกล่องบอลดลกนอกจากจะชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ได้แล้ว  ยังสามารถดูการถ่ายทอดสดย้อนหลัง  และรายการพิเศษของฟีฟ่า  รวมไปถึงดูการแข่งขันฟุตบอลลาลีกาสเปน  และดูทีวีดิจิทัลได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทยังคงเดินหน้าขายกล่องบอลโลก  และทำกิจกรรมการตลาดตามแผนงานเดิมที่วางไว้  เช่นเดียวกับการเจรจาธุรกิจร่วมกับพันธมิตรที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์รายย่อยในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันบริษัทมั่นใจว่ายังมีรายได้อยู่ที่ 650  ล้านบาท  โดยในส่วนของรายได้ดังกล่าวไม่ได้มาจากการขายสปอนเซอร์เพียงอย่างเดียวแต่มากจากการขายช่วงสิทธิ์ต่อให้กับพันธมิตร  เช่น พีเอสไอ  ทรู และเอไอเอส  เป็นต้น

นายสุรชัย  กล่าวอีกว่า  การที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)  ออกหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ผ่านบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป(มัสต์แฮฟ)  โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์ดังกล่าว  และเคยพูดมาตลอดว่าไม่เคยมีผลได้ผลเสีย  แต่ขอเสดงความคิดเห็นในฐานะนักธุรกิจว่ากฎมัสต์แอฟแทรกแซงกลไกตลาด

นอกจากนี้  ในอนาคตเชื่อว่าจะมีปัญหาตามมา  เนื่องจากการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ไม่มีนักธุรกิจกล้าเข้าประมูลบอลโลก   เพราะการเข้าไปบริหารสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว  และหากเป็นเช่นนี้ในอนาคตคอนเทนต์บอลโลกอาจได้รับความสนใจมาบริหารเป็นธุรกิจลดลง ถ้ายังมีกฎมัสต์แฮฟอยู่

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี