
'ศก.ซบ-การเมืองทรุด'2ปัจจัยเสี่ยงหลักแบงก์
ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ฯ เผยเศรษฐกิจไม่ดี-การเมืองไม่นิ่ง ภัยเสี่ยงอันดับ 1 ของแบงก์ในเอเชีย
ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ฯ เผยเศรษฐกิจไม่ดี-การเมืองไม่นิ่ง ภัยเสี่ยงอันดับ 1 ของแบงก์ในเอเชีย
นายบุญเลิศ กมลชนกกุล หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และหัวหน้าสายงานธุรกิจการเงินและการธนาคาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (PwC) เปิดเผยผลสำรวจความเสี่ยงอุตสาหกรรมกลุ่มธนาคาร ปี 2557 ใน 59 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย ว่า ปีนี้ปัจจัยเสี่ยงที่สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมธนาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากที่สุด คือ ภาวะเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลาง รวมถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น-ลงอย่างหวือหวา
"ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของแบงก์ในเอเชียแปซิฟิกปีนี้ คือ การฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงเปราะบางและมีความไม่แน่นอน การก่อหนี้ที่เกินตัวของภาครัฐและเอกชนในบางประเทศ และปัญหาหนี้สาธารณะของแต่ละประเทศที่อยู่ในระดับสูง" นายบุญเลิศ กล่าว
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ภาคธุรกิจธนาคารของไทยกังวลมากที่สุดนั้น คือ ภาวะเศรษฐกิจและความไม่สงบทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา สังเกตได้จากผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์การเมืองส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลงมา
นายบุญเลิศ กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 น่าจะดีกว่าครึ่งปีแรกที่มองไม่เห็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต เนื่องจากปัจจุบันมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน ประกอบกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ น่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจเดินหน้า ขณะที่ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ผลสำรวจความเห็นภาคธนาคารทั่วโลก พบว่า การออกกฎระเบียบข้อบังคับที่มากเกินไป (Overregulation) และการแทรกแซงของมาตรการภาครัฐ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจธนาคารทั่วโลกมากที่สุด โดยมีความกังวลเรื่องภัยไซเบอร์เพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน







