posttoday
จัดพอร์ตลงทุน รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

จัดพอร์ตลงทุน รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

12 มิถุนายน 2557

Tisco ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด นำโดยตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งดัชนี SENSEX ปรับตัวขึ้นถึง 8% หลัง นายนเรนทรา โมดี ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ส่วนตลาดหุ้นจีนดัชนี Hang Seng China Enterprise ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% ตามดัชนีตัวเลขการผลิต และยอดการส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาด ด้านตลาดสหรัฐ ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นราว 2% และทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ 1,923 จุด ตามรายงานผลกำไรที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 1 และตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวจากไตรมาส 1 อย่างต่อเนื่อง

Tisco ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด นำโดยตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งดัชนี SENSEX ปรับตัวขึ้นถึง 8% หลัง นายนเรนทรา โมดี ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ส่วนตลาดหุ้นจีนดัชนี Hang Seng China Enterprise ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% ตามดัชนีตัวเลขการผลิต และยอดการส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาด ด้านตลาดสหรัฐ ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นราว 2% และทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ 1,923 จุด ตามรายงานผลกำไรที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 1 และตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวจากไตรมาส 1 อย่างต่อเนื่อง

ส่วนตลาดตราสารหนี้ไทยถูกกดดันจากการปรับขึ้นของดอกเบี้ยระยะยาว เนื่องจากความเสี่ยงในการถูกลดอันดับเครดิตหลังเกิดการรัฐประหาร ซึ่งกดดันให้ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลไทยในช่วงอายุ 7-10 ปี ปรับตัวลดลง 0.6% และดัชนี ThaiBMA Government Bond Total Return index ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.1%

ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ราคาทองคำและสินค้าเกษตร ปรับตัวลดลง 4% และ 6% ตามลำดับ โดยเฉพาะราคาข้าวสาลีและข้าวโพดที่ปรับตัวลดลงราว 10-15% หลังจากที่ปรับตัวขึ้นมากว่า 20% ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. จากสถานการณ์ความไม่สงบในยูเครน

ส่วนตลาดหุ้นยุโรปดัชนี DAX ของเยอรมนี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% ตามค่าเงินยูโรที่อ่อนตัวลงราว 2% เนื่องจากตลาดคาดการณ์ธนาคารกลางยุโรปจะออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อต่ำในยุโรป ในขณะที่ดัชนี STOXX600 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ส่วนตลาดหุ้นโปรตุเกสและอิตาลี ปรับตัวลดลง 5.5% และ 0.7% ตามลำดับ เนื่องจากรายงาน GDP ในไตรมาสแรกที่กลับไปหดตัวอีกครั้ง ในขณะที่เศรษฐกิจของเยอรมนีกลับเร่งตัวขึ้น และขยายตัวได้ในอัตราที่สูงถึง 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

เรายังเชื่อว่าการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศยุโรปจะยังมีความแตกต่างกันอยู่มากในรายประเทศ เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยเราเชื่อว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น เนื่องจากไม่มีปัญหาหนี้สาธารณะ งบดุลของบริษัทเอกชนและภาคครัวเรือนแข็งแกร่ง และมีอัตราการว่างงานต่ำเพียงราว 5% ในขณะที่ประเทศยุโรปอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในยุโรปใต้ เช่น อิตาลี สเปน และโปรตุเกส ยังต้องประสบปัญหาจากภาคการเงินที่อ่อนแอ เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ภาครัฐซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข และอัตราการว่างงานที่ทรงตัวในระดับสูงมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นอกจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปแล้ว ตลาดหุ้นของเยอรมนียังซื้อขายที่ Valuation ที่ถูกกว่าอีกด้วย โดยในปัจจุบันดัชนี DAX ของเยอรมนี ซื้อขายที่ระดับ P/E ประมาณ 13.8 เท่า ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย และต่ำกว่าดัชนี Europe STOXX600 ซึ่งเทรดที่ P/E ราว 15.4 เท่า

เราเชื่อว่าตลาดหุ้นเยอรมนีจะยังสามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนได้ดีในปีนี้ ในขณะที่ upside จากการลงทุนในตลาดหุ้นในประเทศยุโรปอื่นๆ นั้นมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจาก Valuation ที่แพง และแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำ Overweight ในตลาดหุ้น โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ ซึ่งราคาหุ้นยังถูก และมีพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก และแนะนำซื้อลงทุนในตลาดหุ้นเยอรมนี ซึ่งเศรษฐกิจยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐและอินเดีย เราแนะนำให้ขายทำกำไร เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก ซึ่งทำให้ Valuation ของตลาดแพงและ Upside จากการลงทุนมีจำกัด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ