
‘CPALL’ยันกระทบจิ๊บจ๊อย
โพสต์ทูเดย์ — CPALL บ่ยั่นจลาจล ยันเดินหน้าลงทุน ปีนี้เปิด 450 สาขา รายได้โตเข้าเป้า 1015% คาดเสียหายเล็กน้อยฟื้นฟูเร็ว
นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) หรือเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยถึงเหตุการณ์จลาจลในกรุงเทพฯ ว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบทั้งการเพิ่มยอดขาย เพิ่มรายได้หรือการลงทุนเพื่อขยายสาขาแต่อย่างใด โดยเฉพาะแผนขยายสาขาให้ได้ 7,000 แห่ง ภายใน 5 ปี (25522556) จากปัจจุบันมีทั้งหมด 5,400 แห่ง เพราะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบกับบริษัทแค่ระยะสั้นเท่านั้น ส่วนแนวโน้มระยะกลางและยาวยังมั่นใจกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวชัดเจนตามปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย
ดังนั้น ในปีนี้เป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทยังเหมือนเดิมคือ การขยายสาขาให้ได้ 450 สาขา โดยตั้งแต่ต้นปีเปิดสาขาใหม่แล้วกว่า 100 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายจากสาขาเดิม 5% รวมถึงการเพิ่มรายได้ปีนี้ 1015% เทียบจากปีก่อนมีรายได้อยู่ที่ 1.17 แสนล้านบาท
“
ตอนนี้ต้องมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแรงอยู่ ถ้าหากมองว่าการที่คนจะหันมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นแทนการไปเดินห้างสรรพสินค้านั้นไม่ใช่เรื่องดี เพราะเท่ากับเป็นสัญญาณไม่ดี ทำให้เข้าใจได้ว่าคนไม่มีกำลังซื้อ” นายเกรียงชัย กล่าวนายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ขอเวลา 23 วัน สำหรับการประเมินความเสียหายทั้งหมดก่อน แต่เบื้องต้นคาดว่าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นได้รับความเสียหายประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อสาขา
“
เราต้องรอให้แต่ละสาขาประมวลผลเสียหาย และชี้แจงไปยังที่สำนักงานใหญ่ที่สีลมตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 พ.ค.นี้ เป็นต้นไปก่อน ถึงจะทราบว่าสาขาได้รับความเสียหายกี่แห่งหรือคิดเป็นมูลค่าทั้งหมดเท่าไร” นายบัญญัติ กล่าวอย่างไรก็ดี ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นมีความแตกต่างจากห้างสรรพสินค้าทั่วไป เพราะมีพื้นที่ขนาดเล็กและส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้อุปโภคบริโภคไม่ได้มีมูลค่าสูง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูไม่เกิน 1 สัปดาห์ต่อสาขา
ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายแห่งปรับเพิ่มประมาณกำไรสุทธิ ของปีนี้ และราคาหุ้นเป้าหมายของ CPALL หลังบริษัทเปิดเผยตัวเลขกำไรสุทธิสูงถึง 1,675 ล้านบาทในไตรมาสแรกปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง 34% จากกำไรสุทธิ 1,246 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยภาพรวมได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 4 สถานี ได้แก่ สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานีคลองเตย สถานีสามย่าน และสถานีหัวลำโพง ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่จะมีลักษณะกระจกที่ถูกทุบทำลาย รวมไปถึงความพยายามวางเพลิง







