
7 มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ
หลังจากคณะทำงานภาคเอกชน 7 องค์กรใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ เพื่อตกผลึกข้อเสนอในการปฏิรูปเศรษฐกิจ ก่อนนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในเร็วๆ นี้
หลังจากคณะทำงานภาคเอกชน 7 องค์กรใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ เพื่อตกผลึกข้อเสนอในการปฏิรูปเศรษฐกิจ ก่อนนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในเร็วๆ นี้
การประชุม 7 องค์กรภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เมื่อวันที่9 มิ.ย. ได้สรุปแนวทางเบื้องต้นในการปฏิรูปเศรษฐกิจแล้วใน 7 ประเด็น ซึ่งนี่เป็นเสียงสะท้อนจากเอกชน
"ข้อเสนอของเอกชนและแผนการทำงานที่จะเสนอ คสช.นั้น คาดว่าการผลักดันในแต่ละเรื่องจะดำเนินการในรูปคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ(กรอ.) เพราะจะทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากกว่า" พันธุ์มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. ระบุ
ในขณะที่ข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจทั้ง7 ประเด็น ประกอบด้วย
มาตรการที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและจัดลำดับความสำคัญการเจรจาเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) โดยเฉพาะการเตรียมกระบวนการเจรจาเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป (อียู) เพื่อรองรับการหมดอายุของสิทธิพิเศษทางภาษีสหภาพยุโรป (จีเอสพี)ในสิ้นปีนี้และเร่งตั้งคณะกรรมการ กรอ.มาตรการที่ 2 ปฏิรูปกรอบการลงทุนของภาครัฐและเอกชน โดยการส่งเสริมการใช้กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อระดมทุนและลดภาระของภาครัฐและเอกชน และเพิ่มทางเลือกในการออมของประชาชนและปฏิรูประบบการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศเช่น การสนับสนุนให้มีกลไกด้านการเงินสำหรับการลงทุนในต่างประเทศ การแก้ไขกฎหมายการนำเงินผลกำไรกลับประเทศไม่ให้มีการเสียภาษีที่ซ้ำซ้อน และ
เร่งรัดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
มาตรการที่ 3 ปฏิรูปการศึกษาและนวัตกรรม โดยสร้างแรงจูงใจจากมาตรการภาษีให้กับเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบการศึกษาดังกล่าว และปรับปรุงงบ
อุดหนุนรายหัวสายสามัญและสายอาชีพให้เสมอภาคกัน
มาตรการที่ 4 แก้ไขปัญหาสังคมและลดความเหลื่อมล้ำโดยภาครัฐต้องมีมาตรการประกันภัยธรรมชาติในภาคเกษตร และการสร้างระบบการออมระยะยาวเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุซึ่งต้องมีการส่งเสริมการออมของแรงงานในระบบและทบทวน พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ สำหรับแรงงานนอกระบบ
มาตรการที่ 5 สร้างธรรมาภิบาลและการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น โดยกำหนดให้คดีคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความและกำหนดให้เป็นคดีร้ายแรงที่ไม่มีการรอ
ลงอาญา การเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลภาครัฐการกำหนดให้ประชาชนเป็นผู้เสียหาย ในคดีคอร์รัปชั่นสามารถฟ้องร้องศาลได้ สนับสนุนเจตนารมณ์ 8 ประการ ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)
และเพิ่มงบด้านเทคโนโลยีให้กับสำนักคณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
มาตรการที่ 6 แก้ปัญหากฎระเบียบและกฎหมายต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะการปรับปรุงระเบียบศุลกากร เช่น พิกัด ค่าปรับ ทบทวนสินบนนำจับของกรมศุลกากร แยกความผิดของความผิดพลาดทางเทคนิคออกจากความผิดเจตนาหนีภาษี หรือขนของเถื่อนปรับปรุงเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความเป็นธรรม เช่น เลิกภาระความรับผิดจากบทปรับที่ไม่จำกัด
และมาตรการที่ 7 สร้างโครงสร้างใหม่ในระบบเศรษฐกิจไทย เช่น การปฏิรูปพลังงานที่มุ่งไปสู่กลไกตลาด และไม่แทรกแซงราคาพลังงานในระยะยาวและปรับโครงสร้างหน่วยงานที่ส่งเสริมเอสเอ็มอีให้รวมศูนย์ครบวงจรอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน
นี่คือเสียงของภาคเอกชนที่ต้องการเห็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่ง 7 องค์กรภาคเอกชนจะนำไปหารือกันในรายละเอียด ก่อนเสนอให้ คสช.ในเร็วๆ นี้ เพราะมีหลายส่วนที่ต้องลงลึกกว่านี้ และตรงนี้เป็นความหวังที่สร้างความเชื่อมั่นได้อย่างมาก







