
จับตาญี่ปุ่นปรับทอศโฟกัสเกษตร-วัฒนธรรม
รายงาน การพลิกฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นตามโมเดล “อาเบะ โนมิกส์” ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ส่งผลให้ช่วง 2 ปี
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
รายงาน การพลิกฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นตามโมเดล “อาเบะ โนมิกส์” ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ส่งผลให้ช่วง 2 ปีมานี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งสัญญาณเป็นบวกมากขึ้น และล่าสุดบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งมีฐานพนักงานมากถึง 20% ของระบบแรงงานญี่ปุ่น ต่างปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน 5-8% เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ถือเป็นการขานรับแนวทางอาเบะโนมิกส์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทางตรง ด้วยการให้ภาคประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
ไผท สุขสมหมาย อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำญี่ปุ่น กล่าวว่า อาเบะโนมิกส์ยังปรับทิศมาเน้นอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตร ธุรกิจเชิงวัฒนธรรม แอนิเมชั่น และธุรกิจบริการ เช่น ภาคท่องเที่ยว
“กว่าร้อยปีที่ญี่ปุ่นเติบโตด้วยสินค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก จนกลายเป็นประเทศที่สร้างแบรนด์ชั้นนำระดับโลกจำนวนมากในหลายกลุ่มสินค้า แต่วันนี้กลับเจอศึกหนักรอบด้าน ทั้งสงครามราคาจากสินค้าจีน ศึกชิงผู้นำด้านเทคโนโลยีของยักษ์ใหญ่จากอเมริกาและเกาหลีใต้ ส่งผลให้แบรนด์ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบ”
อาเบะโนมิกส์มองว่า สินค้าอุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ แต่สินค้าเกษตร ไม่สามารถลอกเลียนแบบในเรื่องคุณภาพและรสชาติได้เลย เพราะสภาพภูมิประเทศ ดิน ฟ้า อากาศ แตกต่างกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ญี่ปุ่นควรหันมาเติบโตด้วยสินค้าเกษตร ซึ่งญี่ปุ่นมีพันธุ์ผักผลไม้ที่ดี มีเทคนิคที่จะทำให้ได้ขนาดใหญ่และรสชาติดี หากญี่ปุ่นยกระดับสินค้าเกษตรให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพที่คนทั่วโลกต้องการได้ สินค้าเกษตรของญี่ปุ่นก็จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้น
รัฐบาลญี่ปุ่นยังปรับกระบวนการของธุรกิจเกษตรใหม่ ด้วยการตัดทอนพ่อค้าคนกลางออก และให้เกษตรกรเรียนรู้การทำตลาด พร้อมกับสนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวกันจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ซึ่งหน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่นและเอกชนที่เกี่ยวข้องต่างขานรับ และเดินหน้าไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนผู้นำประเทศนอกจากประกาศทิศทางที่ชัดเจน และมีนโยบายสนับสนุน ยังพยายามโปรโมทสินค้าเกษตรของญี่ปุ่นในทุกเวทีโลกที่มีโอกาสด้วย
ขณะที่ธุรกิจเชิงวัฒนธรรม เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังรื้อฟื้น และกลับมาปลุกปั้นอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสินค้าเชิงวัฒนธรรม เช่น ชุดกิโมโน ตะเกียบ ชุดชงชา เครื่องจักสานต่างๆ ที่ขายเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นก็เคยสร้างตำนาน “สินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์” หรือโอท็อป (OTOP) ให้ไทยได้ใช้เป็นโมเดลตัวอย่างมาแล้ว ปัจจุบันญี่ปุ่นหันมาเน้นสินค้าเชิงวัฒนธรรมแทน เพราะสินค้าโอท็อปมีโอกาสถูกลอกเลียนแบบได้ แต่สินค้าเชิงวัฒนธรรม ซึ่งขายเรื่องราวในอดีตเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้
หน่วยงานต่างๆ เริ่มรื้อฟื้นเทคนิคเก่าแก่ของญี่ปุ่นในการสร้างสรรค์สินค้าต่างๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวให้เห็นคุณภาพของแต่ละขั้นตอน เช่น เทคนิคการย้อมผ้าแบบโบราณของญี่ปุ่น เทคนิคการชงชา ซึ่งทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้ กลับมาได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นอีกครั้ง กลุ่มหัตถกรรมที่ถูกมองข้ามไปนาน เริ่มถูกนำมาปัดฝุ่น บอกเล่าเรื่องราวในอดีตรอบใหม่
รวมถึงการที่รัฐบาลญี่ปุ่นเสนอให้ยูเนสโกพิจารณาโรงทอผ้าไหมโทมิโอกะและสถานที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดกุนมะเป็นมรดกโลก ทำให้โรงงานทอผ้าไหมโบราณแห่งนี้และจังหวัดกุนมะ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจ และ ทำให้เรื่องราวการทอผ้าแบบโบราณถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
สิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามเปลี่ยนวิธีคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยสินค้าเกษตร และสินค้าเชิงวัฒนธรรม ไม่ต้องใช้เงินลงทุนใหม่เลย แต่เป็นการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วกลับมานำเสนอใหม่ บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ใหม่ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ควรจับตามอง
มองญี่ปุ่นแล้วย้อนดูไทย สินค้าเกษตรและสินค้าเชิงวัฒนธรรมของไทยก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้ใครในโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงสามารถนำโมเดลใหม่ของญี่ปุ่นมาปรับใช้กับการทำตลาดสินค้าพื้นบ้านของไทย เพื่อให้สินค้ากลุ่มนี้ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ







