
ชูซีเอสอาร์แก้ปัญหาชนชั้น
โพสต์ทูเดย์ นายกโฆษณา แนะนายกฯกำหนดวันเลือกตั้ง ยึดแผนปรองดอง ลดความเหลื่อมล้ำ หวั่นแดงประทุอีกรอบ
นายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์สงบลงอยากให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าตามแผนปรองดอง โดยเฉพาะการดูแลเรื่องปากท้อง ความเหลื่อมล้ำระหว่างชั้นชน ความยุติธรรม และเรื่องสองมาตรฐาน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีอยู่จริงในสังคมไทยและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการชุมนุม
“
ปัจจุบันบ้านเราช่องว่างระหว่าง คนรวย คนจน ห่างกัน 13 เท่า ถือว่าสูง แต่ยังต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ 17 เท่า สหรัฐอเมริกา 15 เท่า แต่กลับไม่มีปัญหา เพราะรัฐจัดสวัสดิการที่ดีให้ ทำให้พวกเขาไม่เดือดร้อน แต่บ้านเราไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนี้” นายวิทวัส กล่าวนอกจากนี้ การที่นายกฯ ออกมาพูดเรื่องแผนปรองดอง รวมถึงกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พ.ย. มุมมองเรื่องนี้ นายกฯ ต้องพิจารณาให้ดี และควรทำตามที่พูดไว้ หรือหากจะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะเป็นวันไหน ไม่อย่างนั้นเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะกลับมาอีก และความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ระบบสังคมต้องแก้ไขชนชั้นกลางในเมืองที่พอมีอันจะกิน ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ รวมทั้งทำอะไรเพื่อสังคมมากขึ้น ทำเรื่องซีเอสอาร์อย่างจริงจัง พูดเรื่องแบ่งปัน การช่วยเหลือสังคม ชุมชน สร้างเป็นมาตรฐานใหม่และแพร่หลายในสังคมไทย ทำเรื่องซีเอสอาร์อย่างจริงจัง ทั้งโดยส่วนตัวบุคคลและองค์กรภาคธุรกิจ
สำหรับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยตัวเลขการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมโฆษณายังเติบโตต่อเนื่อง ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 10% และในเดือนมิ.ย.นี้ จะมีกิจกรรมสำคัญของปีนี้ คือ การแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้การใช้งบในอุตสาหกรรมโฆษณาไตรมาส 2 และ 3 ดีขึ้น ทั้งที่อยู่ในช่วงโลว์ ซีซั่น คาดว่าปีนี้อุตสาหกรรมโฆษณาน่าจะเติบโต 78% สูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา
นายปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คงจะเป็นบาดแผลที่ร้าวลึกในสังคมไทยอีกอย่างน้อย 1 ปี เพราะมีซากความทรงจำให้เห็น และมองว่าความแตกแยกในสังคมครั้งนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ รัฐบาลและทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูประเทศ ทำให้ชาติไทยกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวให้ได้
“ต้องสร้างแคมเปญรณรงค์การเป็นหนึ่งเดียวในสังคมไทย ทำให้คนไทยกลับมาเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควร แต่รัฐบาลต้องพยายามทำให้เห็นเป็นรูปธรรม” นายปารเมศร์กล่าวนอกจากนี้ กระบวนการทางการเมือง ต้องกลับมาพิจารณาใหม่ การเลือกตั้งอาจไม่ใช่คำตอบของปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะต้องมองหารูปแบบการเมืองใหม่ ที่จะเหมาะสมกับสังคมไทย







