
ทีเอชเอ ชง 9 ข้อเสนอนายกฯ ฟื้นธุรกิจโรงแรม
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ทีเอชเอ เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ จะมีการประชุมสมาชิก เพื่อสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และหลังจากนั้นจะยื่นข้อเสนอ 9 ข้อ ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมทั้งระบบ เนื่องจากขณะนี้อัตราเข้าพักโรงแรมทั่วประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 20% เท่านั้น
ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้ง 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้สถาบันการเงินขยายเวลาการกู้เงินออกไปอีก 3 ปี 2.ให้รัฐบาลเจรจากับสถาบันการเงิน ให้ชะลอการชำระเงินกู้และดอกเบี้ยออกไป 6 เดือน 3.ขอให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมในกรุงเทพฯ ในอัตรา 3% สำหรับโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และ 2% สำหรับโรงแรมนอกกรุงเทพฯ
4.ให้ภาครัฐสนับสนุนเงินค่าจ้างพนักงาน 100% เป็นเวลา 3 เดือน ให้กับโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่อยู่รอบพื้นที่ราชประสงค์ในรัศมี 3 กม. และ 75% ของเงินเดือน สำหรับโรงแรมที่อยู่นอกรัศมี 3 กม. เป็นเวลา 3 เดือนเช่นกัน
5.ขอยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินปี 2553 ที่ต้องชำระในปี 2554 ออกไป 6.ขอยกเว้นการจ่ายภาษีธรรมเนียมโรงแรม 80 บาทต่อห้องต่อปี ออกไปอีก 1 ปี
7.ให้โรงแรมสามารถนำค่าใช้จ่ายจริงในการปรับปรุงโรงแรมหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า 8.งบประมาณพัฒนาศักยภาพบุคลากรโรงแรม 12 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานในธุรกิจโรงแรม และ 9.ขอลดหย่อนการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมจนถึงสิ้นปี 2553
“
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจโรงแรมครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงมาก เมื่อเทียบกับเมื่อครั้งที่ปิดสนามบิน ผลกระทบครั้งนี้ก็เลวร้ายไม่ต่างกัน เพราะภาพของการปะทะจนถึงชีวิต และความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการเผาทำลายอาคารต่างๆ ซึ่งเผยแพร่ออกไปทั่วโลกนั้นเป็นเรื่องยากที่ต่างชาติจะทำใจได้ และเชื่อว่ากว่าที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี”นอกจากนี้ การประกาศห้ามออกจากเคหสถานในยามวิกาล หรือเคอร์ฟิว นั้นได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก และมีนักท่องเที่ยวหลายรายที่เดินทางกลับประเทศทันที เมื่อประเทศไทยประกาศเคอร์ฟิว
นายกงกฤช กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการอย่างรีบด่วน คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งเพียงแค่ การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี นั้นไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอีกแล้ว เพราะเมื่อครั้งปิดสนามบิน นายกฯ ก็เคยออกไปโรดโชว์ สร้างความเชื่อมั่นกับประเทศต่างๆ ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีกแล้ว แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าปิดสนามบินเกิดขึ้น
“
ตอนนี้ นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัย และไม่มั่นใจที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองไทย ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเร่งสร้างความมั่นใจ อาจจะร่วมมือกับภาคเอกชนทำแคมเปญ หรือแพ็กเกจ ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างรุนแรงก็ได้”อย่างไรก็ตาม แผนการตลาดด้านท่องเที่ยวที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วน คือการทำตลาดแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะตลาดเอเชีย เพราะเป็นตลาดระยะใกล้ ขณะที่ตลาดยุโรป ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากเศรษฐกิจของกลุ่มยุโรป ไม่ดีเท่าไหร่นัก และเป็นการทำตลาดที่ต้องอาศัยระยะเวลานาน ซึ่งเชื่อว่าตลาดยุโรปจะยังไม่เดินทางมาไทยช่วงไฮซีซันปีนี้ อย่างแน่นอน
สำหรับแผนการตลาดของทีเอชที นอกเหนือจากขอความช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลาดหันมาเจาะตลาดคนไทยด้วยกันเอง ด้วยการใช้กลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีการลดราคาห้องพักมากกว่า 50% อย่างแน่นอน
“
ตลาดคนไทย เป็นตลาดที่เราต้องหันมาเจาะอย่างแน่นอน เพราะเป็นตลาดที่สามารถสร้างสภาพคล่องได้ทันที ซึ่งแคมเปญที่จะทำขึ้น น่าจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับเอกชน เพียงพอที่จะไม่ต้องปลดพนักงานในอุตสาหกรรม และมีเงินหมุนเวียนเพียงพอจะประคองตัวไปได้”นายกงกฤช กล่าวต่อว่า ขณะนี้อัตราการเข้าพักโรงแรมในประเทศไทยตกต่ำอย่างมาก อย่างที่เขาหลัก อัตราการเข้าพักเพียง 46% ของที่พักทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่เชียงใหม่ มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยที่ 2530% ใน กทม. ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ มีอัตราเข้าพักไม่ถึง 10%
ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ธุรกิจโรงแรมของไทย จะมีอัตราการเติบโตลดลงประมาณ 20% โดยจะสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านคน จากเป้าที่ตั้งไว้ 15 ล้านคน หรือลดลง 20% ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวก็จะเหลือเพียง 4 แสนล้านบาท จากที่คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีรายได้ 5 แสนล้านบาท







