posttoday
ชูข่าวดีเศรษฐกิจ จีดีพีโต 10-12% ลบข่าวร้ายการเมือง

ชูข่าวดีเศรษฐกิจ จีดีพีโต 10-12% ลบข่าวร้ายการเมือง

24 พฤษภาคม 2553

8...ทีมข่าวการเงิน

การชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 2 เดือน ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท และคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจปีนี้จะตกต่ำลงไม่ต่ำกว่า 13%

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจแห่งแรกที่มีการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจ หลังจากที่รัฐบาลขอคืนพื้นที่จากกลุ่มคนเสื้อแดงได้

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ สศช.จะประกาศออกมานี้ น่าจะสร้างความตื่นตะลึงพอสมควร เพราะตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวประมาณ 1012% โดยมีการส่งออกเป็นแรงผลักดัน

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การที่ตัวเลขจีดีพีขยายตัวถึง 2 หลัก เป็นผลมาจากการส่งออกในไตรมาสแรกที่ดีมากทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งสถิติการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากรก็เก็บเพิ่มได้มาก สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี

นอกจากนี้ การส่งออกของไทยก็ได้เปลี่ยนโครงสร้างไป ไม่ได้พึ่งตลาดอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นเท่านั้น ปัจจุบันมีการส่งออกไปในเอเชียมากขึ้น ซึ่งในเอเชียได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินในสหรัฐไม่มากจนน่าเป็นห่วง

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้ชี้แจงให้นักธุรกิจฟังว่าเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างรวดเร็ว หากสามารถรักษาความมีเสถียรภาพที่เกิดขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้ แต่ยอมรับว่าภาคการท่องเที่ยวซึ่งมีสัดส่วนเท่ากับ 6% ของจีดีพี จะได้รับความเสียหายมากในช่วงที่เหลือของตลอดทั้งปีนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และปรากฏขึ้นทางจอทีวีไปทั่วโลก จะส่งผลกระทบที่เลวร้ายอย่างมากต่อการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเป็นตัวเลข 2 หลักในไตรมาสแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่คงต้องประเมินเพิ่มเติมใหม่ในช่วงเดือน เม.ย.มิ.ย.นี้ แม้ว่าไทยมีปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ เชื่อว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวเป็นบวกได้ เพราะภาคการเงินโดยรวมของไทยมีความแข็งแกร่ง ประกอบกับไทยมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง มีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศที่สูงเป็นประวัติการณ์ และฐานะการคลังดี ตลาดหุ้นยังแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับอัตราแลกเปลี่ยน

ทางด้านนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ สศช. เปิดเผยว่า งานเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเดินหน้าจากนี้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ การเดินหน้าตามโรดแมปของนายกรัฐมนตรี เช่น เรื่องการแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นายอำพน ยอมรับว่าผลจากการชุมนุมและปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ของรัฐบาลจนเกิดความเสียหาย มีการเผาห้างใหญ่ ร้านค้า บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายมากมาย กระทบหนักกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้งที่ผ่านมา จนไม่อาจประเมินความเสียหายได้ เพราะภาพความรุนแรงครั้งนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในไตรมาส 23

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ สศช.จะแถลงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2553 และแนวโน้มปี 2553 ซึ่งที่ผ่านมา สศช.ได้ประมาณอัตราการขยายตัวของจีดีพีว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 4%

ด้านนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่าเศรษฐกิจน่าจะได้รับผลกระทบ 0.20.5% เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะรุนแรง แต่ถือว่าจบเร็ว จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทางกระทรวงการคลังคาดว่าจะต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาการชุมนุมของกลุ่มนปช.ประมาณ 3.5 หมื่นราย ซึ่งขณะนี้ รมว.คลังได้สั่งการให้ทางสำนักงบประมาณไปพิจารณาว่าจะจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือดังกล่าว มาจากส่วนไหนได้บ้าง

ส่วนเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบนั้น ในเบื้องต้นได้ให้กระทรวงแรงงานรับผิดชอบไปก่อน ซึ่งคงจะจ่ายที่ค่าแรงขั้นต่ำสุดวันละ 109 บาท เป็นเวลา

 

นายสาธิต เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้ในเดือน เม.ย.นี้ ว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิรวมกว่า 1.59 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 6.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกระทรวงการคลังได้รับโอนเงินจากการยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 4.9 หมื่นล้านบาท ประกอบกับการบริโภคและการนำเข้าที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้ทำให้การจัดเก็บรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีน้ำมัน และอากรขาเข้าสูงกว่าเป้าหมาย ทั้งนี้จากการจัดเก็บรายได้ที่สูงขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 839,630 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท หรือ 31.6%

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวด้วยว่า แม้ว่าการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง แต่กระทรวงการคลังยังมั่นใจว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลปี 2553 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้จำนวน 1,522,000 ล้านบาท อย่างแน่นอน

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจไทยยังมีการขยายตัวในอัตราที่สูง แม้จะมีสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง แต่ขณะนี้ปัญหาจบลงแล้ว รัฐบาลก็จะต้องเดินหน้าฟื้นฟูประเทศ และต่อจากนี้ไปก็ต้องหันมาดูแลในเรื่องของเศรษฐกิจให้มากขึ้น เพราะจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากการเมือง ซึ่งก็จะต้องออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนและเศรษฐกิจในภาพรวมจะดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท