posttoday
หุ้น IPO โอกาสในการลงทุนที่ไม่ควนมองข้าม

หุ้น IPO โอกาสในการลงทุนที่ไม่ควนมองข้าม

10 มิถุนายน 2557

สำหรับในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความคึกคักอย่างมากในปัจจุบัน หุ้น IPO ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง เห็นได้จากการจดทะเบียนออกหุ้น IPO กันอย่างต่อเนื่องในช่วง ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ถึงแม้หุ้น IPO จะถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงอยู่ในตัว แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนให้กับพอร์ตโฟลิโอของตัวเองนั้น ทางมอร์นิ่งสตาร์มองว่าหุ้น IPO ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป

สำหรับในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความคึกคักอย่างมากในปัจจุบัน หุ้น IPO ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง เห็นได้จากการจดทะเบียนออกหุ้น IPO กันอย่างต่อเนื่องในช่วง ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ถึงแม้หุ้น IPO จะถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงอยู่ในตัว แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนให้กับพอร์ตโฟลิโอของตัวเองนั้น ทางมอร์นิ่งสตาร์มองว่าหุ้น IPO ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ของมอร์นิ่งสตาร์ นักลงทุนน่าจะมีหุ้น IPO ซึ่งถือเป็นหุ้นขนาดเล็ก (Small-Cap) อยู่ในพอร์ตโฟลิโอในสัดส่วนที่ไม่เกิน 20% แต่ในขณะเดียวกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธุรกิจของบริษัทที่ออกหุ้น IPO ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม โดยทั่วไปแล้วหุ้นขนาดเล็กเหล่านี้มักจะมีความผันผวนในด้านราคา มีปริมาณการซื้อขายไม่สูงนัก สภาพคล่องต่ำ และไม่มีการออกบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทั่วๆ ไป ปัจจัยที่ว่ามานี้ยิ่งสนับสนุนให้หุ้นขนาดเล็กที่เพิ่งเข้าตลาดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อนักลงทุน อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนติดตามดูผลประกอบการ ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นธุรกิจที่เหมาะสมกับแนวทางการลงทุนของตัวเองแล้วนั้น หุ้น IPO เหล่านี้อาจให้ผลตอบแทนในอัตราที่มากกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหรืออุตสาหกรรมได้เช่นกัน
หลายๆ ประเด็นที่นักลงทุนอาจใช้เป็นกรอบในการศึกษาก่อนที่จะเลือกลงทุนในหุ้น IPO

m มองหาบริษัทที่ทำธุรกิจมาได้ระยะหนึ่งและอยู่ตัวในระดับหนึ่ง แล้วตัดสินใจเข้าตลาดเพื่อขยายกิจการมากกว่าจะมองหาบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งธุรกิจมาไม่นาน

m มองหาบริษัทที่มีการทำธุรกิจมานานและสามารถศึกษาผลประกอบการย้อนหลังได้ ยิ่งถ้าบริษัทมีผู้บริหารที่ทำงานกับบริษัทมานาน เป็นคนที่ตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด และจะยังคงเป็นผู้บริหารต่อไปหลังจากที่บริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว จะถือว่าเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนในการตัดสินใจลงทุน

m ศึกษาข้อมูลจนเข้าใจให้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทนั้นจดทะเบียนเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนนั้นไปทำอะไร

m แหล่งที่มาของการออกหุ้น IPO ว่ามาจากแหล่งใด มาจากตัวบริษัทที่ก่อตั้งและทำธุรกิจเองโดยตรง หรือมาจากบริษัทประเภท Private Equity Fund ซึ่งเป็นบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต โดยใส่ทรัพยากรทั้งเงินทุนและบุคลากรเข้าไปพัฒนาจนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อขายทำกำไรในอนาคตผ่านการขายหุ้น IPO และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปกติแล้ว Private Equity Fund มักจะคาดหวังกำไรสูงสุดในการขายหุ้นผ่าน IPO ดังนั้นหากบริษัทที่จะออกหุ้น IPO เป็นบริษัทที่มาจากกองทุน Private Equity โอกาสที่นักลงทุนในหุ้น IPO เพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นมากๆ เพื่อให้เกิดส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) ในสัดส่วนที่สูงก็อาจทำได้ไม่ง่ายนัก

m ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยเชิงพื้นฐานต่างๆ เช่น งบดุลที่แสดงให้เห็นถึงสถานภาพที่เหมาะสมของบริษัท ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

m ราคาหุ้น IPO ที่จะทำการซื้อขายในตลาดนั้นเป็นราคาที่เหมาะสมหรือไม่ อย่างน้อยนักลงทุนควรจะแน่ใจว่าราคาหุ้นนั้นไม่สูงเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท และโดยปกติแล้วราคาหุ้น IPO ไม่ควรจะสูงกว่าราคาหุ้นตัวอื่นในตลาดที่อยู่ในระดับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเดียวกัน

สำหรับบริษัทในประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มมากขึ้นทุกปี เห็นได้จากปีที่ผ่านมาและในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 นี้ มีบริษัทที่ออกหุ้น IPO ไปแล้วทั้งหมด 38 บริษัท ซึ่งจำนวนดังกล่าวมิได้รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายในตลาด (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิ.ย. 2557)

สุดท้ายนี้ ในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังร้อนแรงดึงดูดใจนักลงทุนเช่นนี้ ความไม่แน่นอนของตลาดก็จะสูงตามมาด้วยเช่นกัน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในหุ้น IPO หรือหุ้นทั่วไปที่ถูกจับตามองอยู่ในตลาดขณะนี้ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี