posttoday
ศรีสวัสดิ์ฟาดดอก30.2%

ศรีสวัสดิ์ฟาดดอก30.2%

10 มิถุนายน 2557

SAWAD แจงหุ้นแรงจากคนสนใจเยอะ ผู้บริหารให้ความสำคัญสร้างกำไรต่อหุ้น ดอกเบี้ยรับสุทธิ 25%

SAWAD แจงหุ้นแรงจากคนสนใจเยอะ ผู้บริหารให้ความสำคัญสร้างกำไรต่อหุ้น ดอกเบี้ยรับสุทธิ 25%

น.ส.ธิดา แก้วบุตตา กรรมการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของบริษัทมีทิศทางเพิ่มขึ้น เพราะเป็นหุ้นเข้าใหม่ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ที่ผ่านมามีกองทุนจากต่างประเทศแสดงความสนใจเข้าพบและขอข้อมูลมาโดยตลอด ส่วนกองทุนของ มาร์ค โมเบียส เข้าถือหุ้น SAWAD นั้น เป็นการจัดสรรช่วงเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เพราะชอบ รูปแบบธุรกิจของบริษัท

สำหรับเรื่องของราคาหุ้น บริษัทปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ในฐานะผู้บริหารจะให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างกำไรสุทธิต่อหุ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 50% และอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 30% แม้ว่าดอกเบี้ยจะมีแนวโน้มขาขึ้นก็ตาม แต่บริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยปัจจุบันคิดดอกเบี้ยในอัตรา 30.2% ทำให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิที่ 25% ขณะที่มีต้นทุนดอกเบี้ยเพียง 5% เท่านั้น

ทั้งนี้ การที่บริษัทเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้เพิ่มช่องทางระดมทุนมากขึ้นในต้นทุนที่ต่ำ จากอดีตมีแหล่งระดมทุนจากการกู้เพียงอย่างเดียว และขณะนี้ยังมีวงเงินในการระดมทุนอีก 2,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้เจาะจงรูปแบบว่าจะเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน (B/E) หรือการออกหุ้นกู้

“เราขอวงเงินมาเพื่อคืนหนี้ หากดอกเบี้ยถูกกว่าเดิม เราก็จะออก แต่ถ้าดอกเบี้ยยังเท่าเดิมหรือสูงกว่า เราก็ไม่จำเป็นที่จะออก” น.ส.ธิดา กล่าว

น.ส.ธิดา กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 5,700-5,800 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายว่าปี 2558 จะเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 ล้านบาท

ล่าสุด ในไตรมาสแรกปีนี้ สินเชื่อ อยู่ที่ 6,060 ล้านบาท โดยพยายาม รักษาสัดส่วนสินเชื่อรถยนต์ไว้ประมาณ 50-60% รถจักรยานยนต์ ประมาณ 15-20% ที่เหลือจะเป็นสินเชื่อที่ดินและสินเชื่อส่วนบุคคล
“ธุรกิจของบริษัทขึ้นอยู่กับว่าคนไทยเงินขาดมือหรือไม่ แต่เท่าที่ทำธุรกิจมาไม่ว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ คนไทยก็ยังขาดเงิน ทำให้ธุรกิจของ SAWAD ยังสามารถไปต่อได้ และเชื่อว่ายังอยู่ในภาวะเช่นนี้อีกหลายปี ส่วนกรณีมีการจ่ายเงินคืนให้กับชาวนานั้น ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อบริษัท เพราะลูกค้าเป็นคนทำธุรกิจ แต่ทันทีที่ชาวนาได้รับเงิน จะเกิดการใช้จ่ายซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ” น.ส.ธิดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราการปฏิเสธสินเชื่อลูกค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือประมาณ 40-50% จากจำนวนยอดขอสินเชื่อ จากก่อนหน้านี้ 40% แต่ถือว่าไม่ได้เพิ่มสูงมาก

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ระดับ 4.46% เพิ่มตามการเพิ่มขึ้น ของพอร์ตสินเชื่อ โดยจะคุมไม่ให้เกิน 6% โดยบริษัทได้มีการกันสำรองหนี้สูญไว้ในอัตรา 3.8% ซึ่งถือว่าเพียงพอ เพราะที่ผ่านมาหนี้สูญของบริษัทไม่เคยเกินระดับ 1%

ด้านผลการดำเนินงาน บริษัทคาดรายได้ในไตรมาส 2 จะต่ำกว่าช่วงไตรมาส 1 ที่มีรายได้ราว 586 ล้านบาท เนื่องจากมีวันหยุดค่อนข้างมากและเป็นช่วงโลว์ซีซั่นโดยปกติอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้และพอร์ตสินเชื่อปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนได้ประมาณ 30% โดยมองว่าครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่เติบโตได้โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของบริษัทอยู่แล้ว

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายที่จะขยายสาขาให้เป็น 700 สาขาในปีนี้ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 มีสาขาทั้งหมดแล้ว 650 สาขา ช่วยเพิ่มลูกค้ารายใหม่ๆ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ