posttoday
ทุนใหญ่ไล่ช็อปอสังหาฯรอจังหวะรุกลงทุนรอบใหม่

ทุนใหญ่ไล่ช็อปอสังหาฯรอจังหวะรุกลงทุนรอบใหม่

10 มิถุนายน 2557

หลังจากเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กดูเหมือนว่าจะบอบช้ำจากเหตุการณ์ดังกล่าว จนถึงขั้นสู้ต่อไม่ไหวจนต้องประกาศขายกิจการ จึงเป็นโอกาสของทุนสายป่านยาวที่เข้าเทกโอเวอร์รอจังหวะสำหรับการลงทุนรอบใหม่ หลังมรสุมเศรษฐกิจและการเมืองเริ่มซาลง

หลังจากเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กดูเหมือนว่าจะบอบช้ำจากเหตุการณ์ดังกล่าว จนถึงขั้นสู้ต่อไม่ไหวจนต้องประกาศขายกิจการ จึงเป็นโอกาสของทุนสายป่านยาวที่เข้าเทกโอเวอร์รอจังหวะสำหรับการลงทุนรอบใหม่ หลังมรสุมเศรษฐกิจและการเมืองเริ่มซาลง

สุชาติ เจียรานุสสติ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการ เอสซี แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ ผู้บริหารกองทุนในการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายประเทศทั่วโลก กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายรายนำโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งในรูปของศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม โรงแรม และอาคารสำนักงาน มาเจรจาเพื่อขายให้กับเอสซี แคปปิตอลฯ นำโครงการไปปรับปรุงและพัฒนาใหม่ หลังจากประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน

"ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นช่วงระยะสั้นหรือระยะยาว มีหลายธุรกิจต้องการขายทรัพย์ออกไป เนื่องจากอาจจะต้องแบกรับภาระในระยะยาว ปัจจุบันปัญหาที่มีอยู่ คือ ราคาที่เจรจาไม่ได้ข้อสรุป เพราะเจ้าของโครงการเดิมนั้นต้องการจะขายทรัพย์ให้ได้ราคาสูง จึงทำให้การเจรจาต้องใช้เวลา ไม่เหมือนกับช่วงหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ที่การซื้อทรัพย์จะเจรจาได้ง่ายกว่าปัจจุบัน" สุชาติ กล่าว
ที่ผ่านมาทางกองทุนได้เข้าซื้อโรงแรมหัวหิน โคโลเนด มูลค่า 200 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยห้องพัก 40 ห้อง พื้นที่ค้าปลีก 3 ชั้น เนื้อที่กว่า 4,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) นำมาพัฒนาใหม่จะเปิดให้บริการต้นปี 2558

ขณะเดียวกัน ได้เริ่มเข้าไปพัฒนาโรงแรมลอยน้ำในประเทศพม่า โดยได้ซื้อเรือสำราญเก่าจากประเทศอังกฤษมาปรับปรุงใหม่ จะสามารถเปิดให้บริการได้ที่เมืองย่างกุ้งปลายปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอินสแควร์ ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีกในสวนจตุจักร สนใจที่จะขายทรัพย์ ขณะนี้พิจารณาความเป็นไปได้ ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อซื้อโครงการอาคารชุดร้างบนถนนเจริญกรุงของ รังสรรค์ ต่อสุวรรณ มาพัฒนาใหม่

รวมไปถึงศึกษาโรงแรมในหัวเมืองต่างจังหวัด เช่น นครพนม อุบลราชธานี เป็นต้น ขณะที่ในปีนี้ทางกองทุนจะใช้งบลงทุนประมาณ 2-2.5 หมื่นล้านบาท ในการลงทุนซื้อทรัพย์มือสอง รวมไปถึงพัฒนาโครงการใหม่ที่มีโอกาส จากปีที่ผ่านมาใช้เงินลงทุนจำนวน 2 หมื่นล้านบาท กับการลงทุนในไทยและประเทศอาเซียน สำหรับแผนการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในระยะยาวนั้น ทางกองทุนมีแผนจะพัฒนาโครงการเพื่อจับกลุ่มผู้สูงอายุ รวมไปถึงที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มคนที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม

ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในไทยหลังจากผ่านการรัฐประหารนั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ตลาดคอนโดมิเนียมและโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่จะโอเวอร์ซัพพลาย เนื่องจากมีห้องพักออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก

นอกจากกลุ่มเอสซี แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ ที่กำลังเดินสายซื้อกิจการในช่วงธุรกิจอยู่ในจุดต่ำสุด เจ้าเก่าอย่างกลุ่มของ เจริญ สิริวัฒนภักดี นักธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการน้ำเมาไทย ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการในต่างประเทศเพิ่ม ได้แก่ บริษัท ออสตราแลนด์ พรอพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศออสเตรเลีย

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบริษัท เฟรเซอร์ส เซ็นเตอร์พอยท์ ในเครือเฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ของกลุ่มเจริญ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ได้เสนอซื้อหุ้นบริษัท ออสตราแลนด์ พรอพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ราคาหุ้นละ 4.48 เหรียญออสเตรเลีย คิดเป็นมูลค่า 2,600 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท (คิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญออสเตรเลีย/30 บาท) ซึ่งสูงกว่าบริษัท สตอกแลนด์ บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย โดยเสนอราคาซื้อหุ้นละ 4.43 เหรียญออสเตรเลีย

สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ที่กลุ่ม ทีซีซี แลนด์ เข้าซื้อออสตราแลนด์ ที่ทำกิจการดำเนินธุรกิจโกดังอาคารสำนักงานให้เช่าและที่อยู่อาศัย เพื่อต้องการต่อยอดและขยายธุรกิจให้ครอบคลุม ขณะเดียวกันก็มองโอกาสในการซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อมองโอกาสในการลงทุน และตัดขายที่ดินแปลงที่ยังไม่พร้อมสำหรับการพัฒนา

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ในตลาดต่างเริ่มปรับพอร์ตที่ดินกันใหม่ โดยการเพิ่มงบประมาณซื้อที่ดินแปลงใหม่เข้ามารองรับการลงทุนในอนาคตอันใกล้ หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ประกอบกับเจ้าของที่ดินหลายแปลงเริ่มปล่อยของออกสู่ตลาด จากภาวะความจำเป็นทางเศรษฐกิจที่บีบรัดในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสของ ดีเวลอปเปอร์สายป่านยาวที่สามารถต่อรองได้มากขึ้น พร้อมๆ กับการปล่อยสินทรัพย์ที่ยังไม่เกิดประโยชน์ต่อการลงทุนในระยะใกล้ออกสู่ตลาด

เหล่านี้คือความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนอสังหาฯ กับการเตรียมความพร้อมเพื่อรอจังหวะในการลงทุนในรอบต่อไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน