
ความท้าทาย
เดิมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย มีการจ้างงานนับล้านคนและสร้างรายได้จากการส่งออกจำนวนมาก แต่ปัจจุบันบทบาทของอุตสาหกรรมนี้ลดน้อยถอยลงตามลำดับ
เดิมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย มีการจ้างงานนับล้านคนและสร้างรายได้จากการส่งออกจำนวนมาก แต่ปัจจุบันบทบาทของอุตสาหกรรมนี้ลดน้อยถอยลงตามลำดับ
แม้ว่ามูลค่าส่งออกจะ ทรงตัว ไม่ลดลงมากนักก็ตาม สำหรับในช่วง 4 เดือนแรก ของปี 2557 ไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวม 2,390 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเล็กน้อย คือลบ 0.6% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2556 ขณะที่คู่แข่งสำคัญในเออีซี คือ เวียดนาม นับเป็นผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรายใหญ่อันดับ 7 ของ โลก ดังนั้น ความท้าทายสำคัญ ในอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยมีหลายประการ
ประการแรก ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลน แรงงานและอัตราค่าจ้างเพิ่ม สูงขึ้น มีผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่เป็นขั้นตอนการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้น ยากที่จะใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานได้ ปัจจุบันมีการแก้ไขสถานการณ์ โดยบางส่วนหันไปใช้แรงงานต่างด้าว ขณะที่อีกบางส่วนไปลงทุนยังต่างประเทศ
ประการที่สอง สหภาพยุโรปกำหนดจะตัดสิทธิพิเศษทาง ภาษีศุลกากร (GSP) ที่ให้กับประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป ทำให้ต้อง เสียอากรขาเข้าในอัตราปกติ 20% แทนที่จะเสียในอัตรา GSP ที่ระดับ 10% ขณะที่การเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปซึ่งจะมีผลทำให้สินค้าจากไทยไม่ต้องเสียอากรขาเข้านั้น ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะไม่แล้วเสร็จทันวันที่ 1 ม.ค. 2558 ดังนั้น จะกระทบอย่างมากต่อการส่งออกของไทยไปยังสหภาพยุโรป
ปัญหาข้างต้นยิ่งเร่งให้ภาคเอกชนไทยไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังได้รับ GSP ต่อไปอีกจากสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งจะยังคงเสียอากรขาเข้าในอัตรา GSP 10% ต่อไปอีก ยิ่งไปกว่านั้น คาดว่าการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรปจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2557 ตามกำหนดเวลา จะยิ่งทำให้สินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามได้เปรียบมากขึ้นไปอีกในตลาดสหภาพยุโรป เนื่องจากไม่ต้องเสียอากรขาเข้า
ประการที่สาม การส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐจะประสบปัญหาสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะจากการที่เวียดนามซึ่งเข้าร่วมในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (TPP) ขณะที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมเจรจาแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากการเจรจา TPP บรรลุข้อตกลง จะกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างมากในตลาดสหรัฐ เนื่องจากต้องแข่งขันกับสินค้าเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า ขณะที่ประเทศอื่นส่งออกเสื้อผ้าผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ไปยังสหรัฐ จะต้องเสียอากรขาเข้าในอัตราสูงถึง 28%
(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)







