
หนี้เครดิตท่วมหัว ควรขอยืมเงินคนในบ้านใช้หนี้หรือไม่???
หากคุณกำลังนอนจมกองหนี้บัตรเครดิต หากคุณตั้งสติได้ คุณคงกำลังมองหาทางออกให้กับปัญหา และหนึ่งในทางออกนั้น คงหนี้ไม่พ้น การหยิบยืมเงินคนในคริบครัว หรือเพื่อนสนิท เพื่อรีบจ่ายหนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่คุณจะนอนจมกองดอกเบี้ย ที่นับวันก็จะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่คุณคาดไม่ถึง แต่กระนั้น ทางออกทุกทางออกมีผลดี และผลเสียของมัน การขอยืมเงินคนที่คุณรัก ก็เช่นเดียวกัน เราจึงขอให้ข้อมูลแก่คุณผู้อ่าน เพื่อให้คุณคิดดีๆ ก่อนที่จะเอ่ยปากขอยืมเงิน
หากคุณกำลังนอนจมกองหนี้บัตรเครดิต หากคุณตั้งสติได้ คุณคงกำลังมองหาทางออกให้กับปัญหา และหนึ่งในทางออกนั้น คงหนี้ไม่พ้น การหยิบยืมเงินคนในคริบครัว หรือเพื่อนสนิท เพื่อรีบจ่ายหนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่คุณจะนอนจมกองดอกเบี้ย ที่นับวันก็จะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่คุณคาดไม่ถึง แต่กระนั้น ทางออกทุกทางออกมีผลดี และผลเสียของมัน การขอยืมเงินคนที่คุณรัก ก็เช่นเดียวกัน เราจึงขอให้ข้อมูลแก่คุณผู้อ่าน เพื่อให้คุณคิดดีๆ ก่อนที่จะเอ่ยปากขอยืมเงิน
ข้อดีของการยืมเงินคนในบ้าน หรือเพื่อนสนิท
1. คุณไม่ต้องปวดหัวกับขั้นตอนการสมัครสินเชื่อที่ยุ่งยาก และเสียเวลา เพียงเอ่ยปาก คุย เจรจา ถกเถียง แล้วก็จบ หากได้ คือได้ ไม่ได้คือไม่ได้ อาจใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง
2. คุณอาจจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกมาก หรือแทบจะไม่มีเลย หากเป็นคนในบ้าน อาจจะไม่คิดดอกเบี้ยกับคุณ เพื่อน อาจจะคิด แต่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคารที่อยู่ราวๆ ร้อยละ 20-30
3. คุณไม่ต้องกลัวว่า วันหนึ่ง หากคุณจ่ายหนี้สาย คุณจะถูกเพื่อน หรือคนในบ้านคุณ รายงานต่อเครดิตบูโร ที่ทำให้ เครดิตสกอร์ของคุณ ซึ่งแย่อยู่ แล้ว ต้องแย่ลงไปอีก
การยืมเงินของคนในบ้าน หรือเพื่อนสนิท อาจดูเหมือนง่าย และสมบูรณ์กับสถานการณ์ของคุณในเวลานี้ แต่ข้อเสียของมันล่ะ คืออะไร
ประการแรก เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร ถึงแม้คุณจะสัญญากับตัวเองว่า หลังจากยืมเพื่อนมาใช้หนี้แล้ว จะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน และใช้เงินอย่างมีวินัย แต่เราไม่มีทางรู้อนาคตได้ หากวันหนึ่งข้างหน้า เกิดเหตุที่ทำให้คุณไม่สามารถใช้เงินเพื่อนของคุณตามกำหนดได้ จ่ายเงินล่าช้าไปมาก ถึงแม้จะสนิทกันก็จริง แต่คุณกำลังเอาความสัมพันธ์อันดีของคุณและเพื่อน ที่บ่มเพาะนับสิบปี มาวางบนเส้นด้าย ที่อาจจะขาดลง อย่างที่คุณกู้กลับมาไม่ได้อีก เพราะแน่นอนว่า กู้เงินเพื่อนไปจ่ายหนี้ คงไม่ใช่เงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นแน่
ประการที่สอง ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่มีวินัยทางการเงิน หลังจากที่คุณกู้ยืมเพื่อนไปแล้ว สามาารถผ่อนจ่ายคืนเพื่อนอย่างปกติทุกเดือนๆ แต่คุณคงไม่สามารถ หรือไม่กล้าชวนเพื่อนคนนั้นของคุณไปช้อปปิ้งในวันหยุด ชวนเพื่อนของคุณไปเที่ยวในช่วงเทศกาล หรือชวนใช้เงินในสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าคุณยังไม่ได้ใช้เงินเพื่อนของคุณจนหมด เพราะอาจจะทำให้คุณและเพื่อนรู้สึกแปลกๆ ได้ และนี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่การยืมเงินคนใกล้ชิด คือเรื่องที่คุณต้องคิดหนักๆ หากคุณคิดว่ายืมวันนี้ และอีกหนึ่งอาทิตย์สามารถหามาคืนได้ทั้งหมด ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่ใช่แล้วละก็ ลองหาทางเลือกอื่นๆ เพิ่ม ก็ไม่เลวนะ
วิธีดั้งเดิมโบราณ อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
บางทีการเคลียร์หนี้บัตรเครดิตด้วยวิธีดั้งเดิมที่เป็นมาอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็เป็นได้ แถมคุณยังไม่ต้องเอาความสัมพันธ์ของคุณและคนใกล้ชิดไปเสี่ยงกับเรื่องเงินๆ ทองๆ อีกด้วย
หยุดใช้บัตรเครดิตชั่วครู่
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ การเพิ่มหนี้ให้ตัวของคุณเองอีกคงไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก ลองหยุดใช้บัตรเครดิตลงสักพัก รอให้เคลียร์หนี้เสร็จก่อนแล้วค่อยกับมารูดบัตรใหม่ก็ได้
ติดตาม จดบันทึกการใช้จ่ายของคุณเอง
การทำแบบนี้จะทำให้คุณวางแผนการเงินได้ง่ายว่าในแต่ละเดือน คุณจะแบ่งไว้สำหรับใช้หนี้บัตรเครดิตเท่าไหร่
โอนยอดหนี้
จงจำไว้ว่า เราเป็นนาย ธนาคารเป็นลูกจ้างเรา เราสามารถต่อรองได้ หรือถ้าจ่ายไม่ไหว ก็โอนยอดหนี้ไปยังธนาคารอื่นที่ดอกเบี้ยน้อยกว่า หรือมีดอกเบี้ยในช่วงแรกเป็น 0% เพราะฉะนั้น หากเป็นหนี้จงตั้งสติ อย่าปิดกั้นทางเลือกของตัวเอง
จ่ายหนี้เรียงลำดับตามอัตราดอกเบี้ย
ข้อนี้ ไม่ได้หมายความแค่บัตรเครดิตเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าคุณมีหนี้อยู่หลายก้อน ไม่ว่าหนี้อะไรก็ตาม อันไหนที่อัตราดอกเบี้ยสูงสุด ให้เคลียร์ก่อน แล้วค่อยๆ ไล่ลำดับลงมา แต่ส่วนใหญ่ก็มักเป็นบัตรเครดิตนี่แหละ ที่อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด แล้วหากคุณมีหนี้จากบัตรหลายใบ ก็มาเรียงอีกทีว่าควรจ่ายใบไหนก่อน







