
ทำไมผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุถึงลดลง
หากท่านผู้อ่านเป็นนักลงทุนที่มีความคุ้นเคยกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทมีกำหนดอายุเวลา อาทิ กองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ที่มีการเสนอขายอยู่ทั่วไป หรือเรียกง่ายๆ ว่า กองทุน Fixed Term อาจจะสังเกตได้ว่า ผลตอบแทนของกองทุนเหล่านี้ เริ่มปรับลดลงเรื่อยๆ จากเดิมที่กองทุนตราสารหนี้อายุ 3 เดือน เสนอผลตอบแทนสูงถึง 3% ต่อปีในช่วงต้นปี แต่ปัจจุบันเสนอผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 2.32.5% ต่อปี เท่านั้น ซึ่งผลตอบแทนของกองทุนอายุ 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ปรับตัวลงมาด้วยเช่นกัน
หากท่านผู้อ่านเป็นนักลงทุนที่มีความคุ้นเคยกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทมีกำหนดอายุเวลา อาทิ กองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ที่มีการเสนอขายอยู่ทั่วไป หรือเรียกง่ายๆ ว่า กองทุน Fixed Term อาจจะสังเกตได้ว่า ผลตอบแทนของกองทุนเหล่านี้ เริ่มปรับลดลงเรื่อยๆ จากเดิมที่กองทุนตราสารหนี้อายุ 3 เดือน เสนอผลตอบแทนสูงถึง 3% ต่อปีในช่วงต้นปี แต่ปัจจุบันเสนอผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 2.32.5% ต่อปี เท่านั้น ซึ่งผลตอบแทนของกองทุนอายุ 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ปรับตัวลงมาด้วยเช่นกัน
สำหรับผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้เหล่านี้ ขอแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ ตราสารหนี้ในประเทศ และตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งหากเราย้อนไปดูอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยตั้งแต่ต้นปี เปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนปัจจุบันจะพบได้ว่าปรับตัวลดลงมามาก เช่น ณ วันที่ 2 ม.ค. 2557 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 3 เดือน อยู่ที่ 2.29% แต่ ณ วันที่ 3 มิ.ย. 2557 ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.02% หรือลดลงกว่า 0.27% เป็นต้น โดยปัจจัยหลักมาจากปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งกระทบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัว และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้มีความต้องการพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น และกดดันอัตราผลตอบแทนลงมา (อัตราผลตอบแทนจะแปรผกผันกับราคาพันธบัตร) นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 0.25% เนื่องจากประเมินว่าความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศมีมากขึ้น รวมไปถึงการที่ภาครัฐมีการใช้จ่ายน้อยลงเพราะเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ จึงทำให้ปริมาณพันธบัตรออกมาค่อนข้างน้อย และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวลง
โดยปกติแล้ว หากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ปรับตัวลดลง จะส่งผลให้ราคาตราสารหนี้แพงขึ้น ซึ่งในกรณีกองทุนตราสารหนี้แบบไม่มีกำหนดอายุ จะมีผลตอบแทนดีขึ้นจากการ MarktoMarket ของตราสารที่กองทุนลงทุนอยู่แล้ว แต่สำหรับกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุ กองทุนจะต้องเข้าไปซื้อพันธบัตร หรือตราสารหนี้ในตลาดเมื่อมีการเสนอขายกองทุนใหม่ทุกครั้ง ซึ่งมีราคาแพงขึ้น จึงทำให้กองทุนประเภทนี้ในช่วงหลังๆ มีผลตอบแทนลดลง
สำหรับในส่วนของตราสารหนี้ต่างประเทศ ผลตอบแทนจะมาจาก 2 ส่วน คือ โดยส่วนแรก คือ อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศ และผลตอบแทนเพิ่มเติมที่ได้รับจากการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยในส่วนแรก จะเห็นได้ว่ากองทุนตราสารหนี้ในท้องตลาดตอนนี้ ส่วนใหญ่จะลงทุนในเงินฝากของธนาคารในประเทศจีน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินในตุรกี หรือประเทศบราซิล ซึ่งในกรณีของธนาคารจีน ปัจจุบันมีสภาพคล่องคงเหลือค่อนข้างมาก จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมา เช่นเดียวกับสถาบันการเงินในตุรกี หรือบราซิล ซึ่งเริ่มมีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาหลังจากไหลออกไปค่อนข้างมากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้สภาพคล่องอยู่ในระดับสูง และมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเช่นเดียวกัน จึงมีผลกระทบกับอัตราผลตอบแทนของกองทุนด้วย
ในส่วนที่ 2 อันเป็นผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่ได้มาจากการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยปกติแล้ว กองทุน Fixed Term ที่ลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ จะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้เต็มจำนวน โดยในกรณีอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าระหว่างเงินบาทและเหรียญสหรัฐ (เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินตุรกี หรือบราซิล ในสกุลเหรียญสหรัฐ) การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จะได้รับผลตอบแทนส่วนเพิ่มขึ้นมา ซึ่งจะนำมารวมเป็นผลตอบแทนของกองทุนด้วย โดยผลตอบแทนส่วนเพิ่มนี้ จะขึ้นอยู่กับผลต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของ 2 ประเทศ เช่น ไทยกับสหรัฐ เป็นต้น โดยยิ่งผลต่างยิ่งมาก ผลตอบแทนส่วนเพิ่มนี้ก็จะยิ่งมากขึ้น แต่จะเห็นได้ว่าจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยที่ปรับลดลงตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ทำให้ผลต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของ 2 ประเทศแคบลง และทำให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนลดลงไปด้วย
จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุที่เสนอขายในช่วงนี้ จึงมีอัตราผลตอบแทนลดลง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ทั้งนี้แนวโน้มอัตราผลตอบแทนของกองทุนประเภทนี้ น่าจะยังทรงตัวหรือมีโอกาสปรับลดลงได้อีกตามสภาวะตลาด จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนที่ต้องการล็อกเงินด้วยกองทุนประเภทนี้ อาจจะพิจารณาลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มิ.ย. 2557)







