
เปิดกลเม็ดแอพแชททะลวงตลาดคนไทย
การสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญให้คนในสังคมมีปฏิสัมพันธ์กัน ยุคสมัยเปลี่ยน รูปแบบการสื่อสารก็เปลี่ยน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์/สุกัญญา สินถิรศักดิ์
การสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญให้คนในสังคมมีปฏิสัมพันธ์กัน ยุคสมัยเปลี่ยน รูปแบบการสื่อสารก็เปลี่ยน ยุคนี้ช่องทางสื่อสารที่มาแรงแซงโค้ง คือ การสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งเมืองไทยเป็นประเทศที่คนใช้แอพสื่อสาร (แชท) สูง สะท้อนได้จากแอพไลน์ (LINE) สัญชาติเกาหลีใต้ที่แจ้งเกิดในญี่ปุ่นแล้วมาบุกตลาดไทยต่อ พบว่า มีคนไทยใช้ไลน์ถึง 26 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่นที่มีมากกว่า 50 ล้านคน ขณะที่ทั่วโลกใช้ไลน์ 400 ล้านคน
ชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ไลน์แจ้งเกิดในไทย คือ เป็นแอพแชทที่มีสรรพคุณมากกว่าแชท มีสติกเกอร์ส่งบอกความรู้สึก มีแอพเชื่อมโยงอื่น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเกมโดนใจ
ไลน์เริ่มเรียกคะแนนเสียงจาก “ไลน์ ป๊อป” จนคนติดกันทั่วเมือง จากนั้นเปิดตัวเกมสร้างสีสันต่อเนื่อง มี “คุกกี้รัน” ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในขณะนี้ และยังมีแอพอื่นเสริมทัพ เช่น แอพตกแต่งรูป และแอพพยากรณ์ เป็นต้น
ปัจจุบันรายได้ไลน์มาจากธุรกิจเกม 60% ขายสติกเกอร์ 20% และอื่นๆ 20% โดยรายได้สติกเกอร์ในไทย พบว่า สติกเกอร์ชุดขายหัวเราะ ประสบความสำเร็จที่สุด เพราะมีสติกเกอร์ถึง 40 ตัวใน 1 ชุด แต่ราคาเพียง 0.99 เหรียญสหรัฐ ถูกกว่าสติกเกอร์ส่วนใหญ่ที่มีจำนวนตัวในชุดน้อยกว่านี้ และขายในราคา 1.99 เหรียญสหรัฐ
การที่ไลน์มียอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันมีเจ้าของสินค้าแบรนด์ไทยไม่ต่ำกว่า 40 แบรนด์ใช้ไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาด หรือที่เรียกว่า ออฟฟิศเชียล แอคเคาต์ เพราะไลน์พัฒนาฟังก์ชั่นตอบโจทย์ความต้องการเจ้าของสินค้าหลากหลาย มีลูกเล่นกับการแจกสติกเกอร์ชักชวนให้เพิ่มออฟฟิศเชียล แอคเคาต์ เป็นเพื่อน ยกตัวอย่าง บาร์บีคิว พลาซ่า เดิมใช้กลยุทธ์แจกสติกเกอร์บาร์บีกอนฟรี เพื่อสร้างฐานสมาชิก ต่อมาก็ทดลองเปลี่ยนมาใช้วิธีดึงคนให้เข้ามารับประทานอาหารในร้านก่อน จึงจะแจกรหัสให้ดาวน์โหลดสติกเกอร์บาร์บีกอนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าหลายคนเมื่อกดรับออฟฟิศเชียล แอคเคาต์ เป็นเพื่อนไปแล้ว ก็จะบล็อกไลน์ของแบรนด์นั้นทันที ซึ่งเรื่องนี้ ชานนทร์ มองว่า เนื้อหา (คอนเทนต์) ในการสื่อสารกับฐานผู้ใช้ไลน์เป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องทำให้ผู้ใช้ไลน์รู้สึกว่าได้ประโยชน์กับการเป็นเพื่อนเจ้าของแบรนด์นั้น ก็จะไม่เกิดการบล็อก
ยกตัวอย่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เคยใช้ไลน์ทำโปรโมชั่นบัตรชมภาพยนตร์ลดเหลือราคา 100 บาทต่อที่นั่ง ภายในเวลา 9 ชั่วโมง มีคนส่งชื่อขอรับสิทธินี้มากกว่า 3.68 แสนคน เท่ากับเมเจอร์ฯ มีโอกาสในการทำเงินมากกว่า 30 ล้านบาทภายใน 9 ชั่วโมงด้วยการใช้ไลน์ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย
ขณะที่เร็วๆ นี้ ไลน์เตรียมออกฟังก์ชั่นใหม่ในไทย เอาใจกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้มีโอกาสใช้ไลน์ทำตลาดเช่นกัน ภายใต้ชื่อ “ไลน์ แอด” ให้เอสเอ็มอีสร้างออฟฟิศเชียล แอคเคาต์ ราคาถูกลง แต่ก็จำกัดให้มีเพื่อนได้ไม่เกิน 1 หมื่นคน เหมาะกับเอสเอ็มอีที่ขายสินค้าให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังเตรียมออกฟังก์ชั่น “ไลน์ โพล” ให้เจ้าของสินค้าสำรวจความคิดเห็นลูกค้าได้ “ไลน์ แฟลช ดีล” และ “ไลน์ ฮอต ดีล” เสนอโปรแกรมราคาพิเศษ พร้อมทำโปรโมชั่นร่วมกับธุรกิจเกม เช่น ดาวน์โหลดแอพแบรนด์พันธมิตรแล้วได้เหรียญในเกมคุกกี้รัน
เมื่อไลน์ร้อนแรงจึงไม่แปลกที่แอพแชทหน้าใหม่จะต้องการมาแบ่งเค้กตลาดแอพแชทเมืองไทย เช่น “บี ทอล์ค” (Bee Talk) ที่ผู้ผลิตแอพก่อตั้งบริษัทในสิงคโปร์ จากนั้นมาตั้งสาขาในไทยรุกตลาดเต็มที่ ชูกลยุทธ์เป็นแอพแชท คุณสมบัติเด่นด้านหาเพื่อนใหม่
รวมพร ศิระธนาพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บีทอล์ค ประเทศไทย กล่าวว่า แอพเปิดตัวในไทยไม่เป็นทางการตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 ปัจจุบันมีคนไทยดาวน์โหลดไปใช้ 4.5 ล้านคน 40% ของผู้ใช้บริการทั้งหมดทั่วโลกที่มีกว่า 10 ล้านคน สิ้นปีนี้ตั้งเป้าผู้ใช้คนไทยเพิ่มเป็น 10 ล้านคน โดยบีทอล์คส่งข้อความ ภาพ เสียงสื่อสารได้เหมือนแอพแชทอื่น มีสติกเกอร์ให้ส่งได้ แต่จุดขายที่จะทำให้บีทอล์คชิงส่วนแบ่งตลาดเมืองไทยได้ คือ คุณสมบัติค้นหาเพื่อนใหม่ในทำเลใกล้เคียง ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย 1535 ปี หรือเจเนอเรชั่นวาย ที่มีนิสัยชอบอะไรใหม่ๆ ทำความรู้จักคนใหม่ๆ
ฟังก์ชั่นของบีทอล์คที่สำคัญมี 4 ฟังก์ชั่น ได้แก่ Flip ค้นหาเพื่อนใหม่ ดูประวัติได้รวดเร็ว จากนั้นกดชอบคนที่ถูกใจ หากอีกฝ่ายถูกใจกลับก็เป็นเพื่อนกันอัตโนมัติ, Look Around ค้นหาเพื่อนบริเวณใกล้เคียง, Shake หาเพื่อนด้วยวิธีเขย่าสมาร์ทโฟน พบเพื่อนที่เขย่าอยู่เหมือนกันช่วงเวลานั้น และ Whisper ส่งข้อความหาเพื่อนโดยกำหนดเวลาลบข้อความได้หลังผู้รับอ่าน ผู้สร้างแอพเชื่อว่าจะลดปัญหาเก็บข้อความนั้นไปเผยแพร่ต่อภายหลัง หากผู้รับข้อความแอบกดถ่ายรูปหน้าจอข้อความเก็บไว้ แอพจะส่งข้อความฟ้องผู้ส่งข้อความให้ทราบทันที
รวมพร กล่าวว่า บีทอล์คยังมีฟังก์ชั่นเสริมอื่นให้แชทสนุกขึ้น เช่น Doodle ให้ผู้ใช้วาดภาพได้ในแอพบีทอล์ค ไม่ต้องเสียเวลาไปวาดทางแอพอื่น จากนั้นส่งเป็นข้อความให้ผู้รับได้เลย และเร็วๆ นี้ จะมีฟังก์ชั่น Club ดึงคนที่อยู่บริเวณเดียวกัน มีความสนใจเหมือนกันรวมเป็นกลุ่มพูดคุยกัน รวมทั้งจะสร้าง Content Sharing Platform ดึงบุคคลดังสร้างเนื้อหาน่าสนใจให้ผู้ใช้นำไปแบ่งปันต่อ และอาจผลิตเกมออกมาในอนาคต
“ฟังก์ชั่นที่นิยมที่สุดคือ Shake แต่ละวันคนไทยใช้ 3 แสนคน อัตราการเขย่าโทรศัพท์ 1.2 ล้านครั้งต่อวัน และฟังก์ชั่น Flip โดยคนไทยจับคู่หาเพื่อนใหม่ได้มากกว่า 1.5 แสนคู่ต่อวัน” รวมพร กล่าว
คุณสมบัติบีทอล์คหลายด้านทำให้สุ่มเสี่ยงถูกมองเป็นแอพหาคู่ ผู้ใช้บริการบางส่วนใช้เพื่อจุดประสงค์นี้จริง แต่อีกมุมผู้ใช้เลือกรักษาความเป็นส่วนตัวได้โดยปิดการแสดงพื้นที่ที่อยู่ ซ่อนตัวเองไม่ให้คนอื่นเห็น ขณะที่บีทอล์คมีทีมงานค้นหาและลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสม 24 ชั่วโมง เมื่อมีผู้ใช้กดรายงานผู้ใช้ที่ไม่เหมาะสมใน 23 นาที ทีมงานจะดูแลทันที
บีทอล์คเปิดตัวทางการในไทยเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมดึง เต้ยจรินทร์พร จุนเกียรติ และอเล็กซ์ เรนเดลล์ คู่รักนักแสดง เป็นพรีเซนเตอร์สื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่เอไอเอสมาเป็นพันธมิตรสนับสนุนแอพบีทอล์ค จัดแพ็กเกจเจาะกลุ่มลูกค้าระบบเติมเงินที่ต้องการใช้แอพ แต่อยากประหยัดค่าอินเทอร์เน็ต 3 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจรายวัน 5 บาท รายสัปดาห์ 19 บาท และรายเดือน 49 บาท แพ็กเกจนี้ไม่รวมการใช้งานฟังก์ชั่นโทรศัพท์ผ่านแอพบีทอล์ค และการแสดงพื้นที่
แอพแชทช่วยให้การสื่อสารระหว่างกันง่ายขึ้น แต่หลายคนก้มหน้าก้มตาสื่อสารผ่านหน้าจอมากกว่าเงยหน้าพูดคุย แสดงความรู้สึกต่อกันตรงๆ จนอาจกลายเป็นสังคม “ยิ่งใกล้ยิ่งไกล” ทางที่ดีผู้ใช้แอพอย่าใช้เพลินจนลืมสื่อสารกับผู้คนรอบกาย ใช้แอพอย่างพอดี เงยหน้าจากโทรศัพท์มองรอบกายบ้าง จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ไม่พึงประสงค์ระหว่างแชท เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน อาชญากรรมจากการถูกชิงทรัพย์ไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้ผู้พัฒนาแอพไม่มีฟังก์ชั่นตักเตือน แต่เป็นผู้ใช้เองที่ต้องมีสติเสมอ







