
'จิ้ม' อย่างมีสติสุขภาพปลอดภัย
คนไทยเราเวลาจะกินอาหาร เรื่องรสชาติความอร่อยต้องมาก่อนเสมอ
คนไทยเราเวลาจะกินอาหาร เรื่องรสชาติความอร่อยต้องมาก่อนเสมอ หลายๆ เมนูบนโต๊ะอาหารจึงขาดไม่ได้ที่จะต้องมี “น้ำจิ้ม” เอาไว้เพิ่มรสชาติ
น้ำจิ้มที่นิยมกินในบ้านเรามีหลายชนิดหลายประเภท แต่ที่นิยมกันมากเป็นพิเศษก็คือ “น้ำจิ้มไก่” เหตุเพราะสามารถทานได้กับอาหารแทบทุกชนิด รสชาติที่ถูกปากถูกใจตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ น้ำจิ้มไก่รวมรสชาติเอาไว้ครบถ้วน ทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ดนิดๆ ซึ่งรสชาติที่จัดจ้านนี่แหละ ที่ทำให้ความอร่อยถูกแฝงไว้ด้วยอันตราย
น้ำจิ้มไก่ที่หน่วยบริโภคขนาด 36 กรัม หรือราวๆ 2 ช้อนโต๊ะ มีโซเดียมประมาณ 460 มิลลิกรัม ส่วนน้ำตาลอยู่ที่ประมาณ 14.3 กรัม ซึ่งถือว่าค่อนข้างหวานจัด โซเดียมก็ถือว่าค่อนข้างสูง ยิ่งเวลากินน้ำจิ้มไก่ส่วนใหญ่ก็จะจิ้มกันแบบไม่ค่อยบันยะบันยัง เพราะมองว่าแค่น้ำจิ้มไม่น่ามีผลอะไรกับสุขภาพ ซึ่งมีหลายคนที่คุมเรื่องอาหารอย่างดี ไม่ทานแป้ง ไม่ทานหวาน แต่สุดท้ายมาตกม้าตายเพราะน้ำจิ้มทั้งหลาย
นอกจากน้ำจิ้มทั้งหลายจะเป็นภัยเงียบคอยทำลายสุขภาพของเราแล้ว ต้องไม่ลืมว่าอาหารส่วนใหญ่ที่นำมาทานคู่กับน้ำจิ้มต่างๆ ก่อนจะนำมาเสิร์ฟส่วนใหญ่ก็มีการปรุงรสชาติมาบ้างแล้ว ด้วยเกลือบ้าง น้ำตาลบ้าง ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส ซึ่งเครื่องปรุงเหล่านี้ล้วนมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบหลัก ว่ากันว่าแค่เกลือไม่กี่ช้อนชา ก็มีโซเดียมทะลุเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันไปแล้ว (2,000 มิลลิกรัม คือปริมาณโซเดียมที่ร่างกายไม่ควรได้รับเกิน 1 วัน)
วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ลดความเสี่ยงจากการได้รับโซเดียมและน้ำตาลเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เช่น ชิมก่อนปรุงทุกครั้ง เก็บขวดเครื่องปรุงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสมะเขือเทศ ให้พ้นไปจากโต๊ะอาหาร และถ้าเป็นไปได้ก็หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงๆ อย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป ลดการใช้ผงชูรส อาหารเค็มก็พยายามทานให้น้อยลง เช่น ปลาเค็ม ไข่เค็ม ปลาร้า ฯลฯ
เพราะโซเดียมที่มากเกินไปเป็นเหตุของโรคความดันโลหิตสูง ทำร้ายระบบการทำงานของไต ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นโรคเรื้อรังยากต่อการรักษา การดูแลรักษาตัวเองตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำและทำได้ ก่อนที่ความเจ็บป่วยจะถามหา
อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค ติดตามและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” www.ฉลาดซื้อ.com www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







