
"พาณิชย์"ตรึงราคาสินค้า-จานด่วน6เดือน
ผู้ผลิตสินค้ายักษ์ใหญ่ขานรับให้ความร่วมมือเริ่มมิ.ย.-พ.ย.นี้หวังคุมเงินเฟ้อไม่เกิน 2.8%
ผู้ผลิตสินค้ายักษ์ใหญ่ขานรับให้ความร่วมมือเริ่มมิ.ย.-พ.ย.นี้หวังคุมเงินเฟ้อไม่เกิน 2.8%
เมื่อวันที่6มิ.ย.57 นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงสมาคมและกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค 20 กลุ่ม และผู้ประกอบการรายใหญ่ 13 ราย เช่น บริษัทสหพัฒนพิบูล บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์ บริษัทโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย เป็นต้น โดยผู้ประกอบการทั้งหมดให้ความร่วมมือที่จะตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่กระทรวงฯติดตามดูแล 205 รายการ เป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.-พ.ย. 2557 ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหลังจากสิ้นสุดมาตรการ จะขอความร่วมมือตรึงราคาต่อไปหรือไม่ คงต้องพิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น หรือผู้บริโภคมีความมั่นใจซื้อสินค้ามากขึ้น ก็คงปล่อยให้กลไกตลาดเป็นไปโดยเสรี และรัฐจะลดการแทรกแซงให้น้อยลง เพื่อให้ตลาดกลับมามีพลังเหมือนเดิม แต่มีข้อสังเกตจากภาคเอกชนว่าสินค้าที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ อาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น ก็จะมีมาตรการดูแลให้ แต่คงยังไม่ให้ปรับขึ้นราคาในทันที ต้องมีการพิจารณาตามความเหมาะสมก่อน
“ยืนยันว่าสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่กว่า 99% ยังไม่ปรับขึ้นราคา ส่วนนมผงที่ขอขึ้นราคาก่อนหน้าก็ยังไม่พิจารณาปรับขึ้น ราคาขายยังคงเดิม ส่วนปัญหาขาดแคลนนั้น ไม่มีแน่นอน ซึ่งการตรึงราคาสินค้าจะมีผลดีต่ออัตราเงินเฟ้อไม่เพิ่มสูงขึ้น และยังอยู่กรอบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไม่เกิน 2-2.8%” นางศรีรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ 3 ราย ประกอบด้วย ห้างบิ๊กซี ห้างเทสโก้ โลตัส และห้างท็อปส์ ซุปเปอร์ มาร์เก็ต โดยได้ขอความร่วมมือให้ลดราคาอาหารเมนูพิเศษในฟู้ดคอร์ท จำนวน 10 รายการ ให้จำหน่ายจานละ 35-40 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือนพ.ย.นี้ พร้อมได้ขอให้ตรึงราคาอาหารปรุงสำเร็จชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นหากปัจจุบันจำหน่ายจานละ 40 บาท ก็ขอให้คงราคานี้ไว้ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยให้มีผลตั้งแต่เดือนมิ.ย.-พ.ย.นี้
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับห้างค้าปลีก จัดทำรายการอาหารจานพิเศษธงฟ้าในฟู้ดคอร์สทโดยจำหน่ายจานละ 30 บาท ซึ่งห้างบิ๊กซี ได้เริ่มจัดทำรายการธงฟ้าเมื่อวันที่ 31 พ.ค.-30 มิ.ย.นี้ ส่วนห้างเทสโก้ โลตัส และห้างท็อปส์ ซุปเปอร์มาเก็ต จะเริ่มจัดทำรายการธงฟ้า ในเดือนก.ค.นี้
“ห้างค้าปลีกทั้ง 3 ราย มีสาขาที่มีศูนย์อาหารรวมทั้งสิ้น 306 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งให้ความร่วมมือจำหน่ายอาหาร 10 เมนูพิเศษ ได้แก่ ข้าวไข่เจียว, ข้าวราดแกง 1-2 อย่าง, ข้าวกระเพราหมู/ไก่, ข้าวผัดหมู/ไก่, ข้าวขาหมู, ก๋วยเตี๋ยวหมู/ไก่/ลูกชิ้นปลา, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ผัดซีอิ้ว, ขนมจีนน้ำยา/แกงไก่ และไข่ดาวฟองละ 7-8 บาท ในราคาที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือ”
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพรซิเดนท์ ไรซ์ โปรดักส์ กล่าวว่า ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากค่าเงินบาทอ่อนนั้น เชื่อว่า ในช่วงเวลา 6 เดือนนี้ ผู้ผลิตสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ และไม่น่าจะขอปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะการขอความร่วมมือครั้งนี้เป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ส่วนบริษัทได้ให้ความมั่นใจประชาชนว่าจะไม่ปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แม้จะมีปัจจัยเสี่ยง เรื่องของราคาน้ำมันปาล์ม ข้าวสาลี ที่เป็นวัตถุดิบหลัก เพราะบริษัทบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้.







