
ตลาดกีฬาเอเชีย
เตรียมเข้าสู่มหกรรมฟุตบอลโลก “เวิลด์คัพ 2014” ในสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเกมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค. โดย SAP (เอสเอพี) ผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นระดับโลกให้ข้อมูลว่า ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 20 ที่กำลังจะมีขึ้นในปีนี้ถือเป็นอีกรายการหนึ่งที่คนไทยสนใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับแฟนบอลทั่วโลกที่เฝ้ารอมหกรรมกีฬาครั้งนี้มานานร่วม 4 ปี
เตรียมเข้าสู่มหกรรมฟุตบอลโลก “เวิลด์คัพ 2014” ในสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเกมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค. โดย SAP (เอสเอพี) ผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นระดับโลกให้ข้อมูลว่า ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 20 ที่กำลังจะมีขึ้นในปีนี้ถือเป็นอีกรายการหนึ่งที่คนไทยสนใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับแฟนบอลทั่วโลกที่เฝ้ารอมหกรรมกีฬาครั้งนี้มานานร่วม 4 ปี
เพื่อเป็นการต้อนรับฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง เอสเอพีจึงได้รวบรวมสถิติที่น่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับการกีฬาในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดังนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีรายได้ทางด้านกีฬาเป็นอันดับ 3 ของโลก ตามหลังอเมริกาเหนือและภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) โดยตลาดกีฬาในเอเชียแปซิฟิกได้เติบโตถึง 3.9% ของอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จาก 17.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 565 พันล้านบาท) ในปี 2552 ไปยัง 20.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 660 พันล้านบาท) ในปี 2556
ขณะที่การจัดอันดับ 100 นักกีฬาที่ได้รับการจ่ายค่าตัวสูงที่สุดในโลกประจำปี 2557 ของฟอร์บส์นั้น มีนักกีฬาจากเอเชียแปซิฟิกถึง 5 คน ได้รับการจัดอันดับอยู่ด้วย
ส่วนประเทศที่มีการซื้อขายสัญญาณการถ่ายทอดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่สูงที่สุดในเอเชีย คือ ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย
แสดงให้เห็นถึงการบริโภคด้านกีฬาที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคนี้ โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคเดียวที่มีการสนับสนุนสปอนเซอร์ในตลาดกีฬามากที่สุด โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 24% จาก 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 320 พันล้านบาท) ในปี 2553 ไปเป็น 12.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 398 พันล้านบาท) ในปี 2558







