
ต้องรอดู
ต้องรอดูในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงิน ธนาคาร หันมาให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เพราะถือเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่นับวันจะมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น
ต้องรอดูในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงิน ธนาคาร หันมาให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เพราะถือเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่นับวันจะมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น
หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาและทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น โดยหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ชัดเจน คือ การช่วยเอสเอ็มอี ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ต่างเสนอแพ็กเกจช่วยเอสเอ็มอีออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
เริ่มตั้งแต่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางในการปรับการค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 18% เป็น 50% ของวงเงินสินเชื่อ โดยภาครัฐอาจดึงสถาบันค้ำประกันสินเชื่อจากต่างชาติมาร่วมค้ำประกันกับ บสย. เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีความเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น
ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นจากมาตรการต่างๆ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นหลัง คสช. ทำให้กล้าปล่อยกู้มากขึ้น รวมทั้งมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้า เช่น ลดดอกเบี้ย 3% หรือพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน เป็นต้น
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลัง คสช.นี้ เชื่อว่าจะส่งผลต่อเอสเอ็มอีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร กลุ่มผู้ประกอบการขายส่งและขายปลีก กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม และรีสอร์ทขนาดเล็ก รวมถึงร้านอาหาร เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกยังคงต้องรอลุ้นว่าสถานการณ์จะกลับมาฟื้นตัวมากน้อยเพียงใด ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้
อย่างไรก็ตาม มองว่า มาตรการส่วนใหญ่เหล่านี้จะเกิดประโยชน์เฉพาะลูกค้ารายเดิมของธนาคารเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ยังคงมีปัญหาเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ เหล่านี้ตลอดมา เพราะการขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ต้องหันไปกู้เงินนอกระบบ กู้ง่าย ได้เร็ว แม้ดอกเบี้ยจะพุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว
สิ่งที่ผู้ประกอบการอยากได้ คือ การลดหลักทรัพย์ค้ำประกันรวมถึงลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้ขายได้น้อยลงรายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย จึงทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องตามมา
นอกจากนี้ ยังคงต้องดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการในระยะยาว ทั้งการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน การขยายตลาดในอนาคตล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอีทั้งสิ้น







