
โฆษณาใหม่ไม่ออนแอร์ฉุดเม็ดเงินดิ่ง
ฟาร์อีสท์ ดีดีบี เผยการเมืองวุ่นยาว 7 เดือน ซัดโฆษณาใหม่โดนชะลอไม่ออนแอร์
ฟาร์อีสท์ ดีดีบี เผยการเมืองวุ่นยาว 7 เดือน ซัดโฆษณาใหม่โดนชะลอไม่ออนแอร์
นายก้องพันธุ์ อุปถัมภ์รุ่งพงศ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา ได้ทำให้วงการโฆษณาโดนกระทบอย่างมาก เนื่องจากบรรดาผู้ประกอบการสินค้าหลายประเภทต่างชะลอการใช้จ่ายงบและเฝ้ารอดูว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะสงบลงเมื่อใด เพราะถ้าการเมืองไม่นิ่ง ผู้บริโภคจะไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย หากผลิตโฆษณาออกมาในช่วงนั้นก็จะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีในด้านยอดขาย
“สินค้าที่ยังมีการทำโฆษณาอย่างต่อเนื่องในช่วงเศรษฐกิจซบเซา จะเป็นกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์โปรดักส์ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องดื่ม แต่หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้บ้านเมืองมีความสงบ สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เป็นปกติ ทำให้ประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แม้ว่าการทำรัฐประหารเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายไม่ชอบ โดยจะเห็นว่าโฆษณาใหม่ๆ ก็เริ่มออกมาให้เห็นมากขึ้น ซึ่งโฆษณาหลายๆ ชิ้นนั้นผลิตขึ้นในช่วงชุมนุมทางการเมืองแต่ยังไม่ถูกออกอากาศ โดยมีการผลิตและถ่ายทำมาก่อนหน้า” นายก้องพันธุ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ก็ต้องติดตามดูว่าการเกิดขึ้นของช่องทีวีดิจิทัลจำนวนมากจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจโฆษณาเติบโตได้มากขึ้นเพียงใด ซึ่งปัจจุบันหลายช่องนั้นมีปัญหาผลิตรายการโทรทัศน์ไม่ทัน
นางวรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้อาจจะโตได้แค่ 2% หลังจาก 4 เดือนที่ผ่านมาภาพรวมติดลบ 67% ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ตลาดรวมดีขึ้น การเติบโตครึ่งปีหลังของปีนี้ก็น่าจะสามารถกลับมาโตได้เท่ากับครึ่งปีหลังของปีก่อน ผลดังกล่าวจะทำให้ทั้งปีฟื้นจากติดลบมาเป็นบวกได้
รายงานข่าวจากบริษัท เอซี นีลเส็น ระบุว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่าประมาณ 8,744 ล้านบาท เติบโตติดลบ 8.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่มีมูลค่า 9,544 ล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.เม.ย.) มีมูลค่าประมาณ 3.32 หมื่นล้านบาท เติบโตติดลบ 7.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่มีการใช้เงินผ่านสื่อโฆษณาประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท โดยสื่อที่มีเม็ดเงินโฆษณาติดลบมากสุดในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ คือ สื่ออินสโตร์ ติดลบที่ 39.88% ตามด้วยสื่อแมกกาซีน ติดลบ 19.65% สื่อหนังสือพิมพ์ ติดลบ 14.61% สื่อวิทยุ ติดลบ 13.46%







