
สเปรดพุ่งดันกำไรปิโตรฯไตรมาส2เด่น
ASP ให้น้ำหนักปิโตรเคมีมากกว่าตลาด หลังสเปรดพุ่ง คาด PTTGCIRPCIVL ไตรมาส 2 กำไรเด่น
ASP ให้น้ำหนักปิโตรเคมีมากกว่าตลาด หลังสเปรดพุ่ง คาด PTTGCIRPCIVL ไตรมาส 2 กำไรเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีมากกว่าตลาด เพราะส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
ล่าสุด ราคาวัตถุดิบแนฟทาปรับตัวลงมาอยู่ที่ 969 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งเป็นไปตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง ส่งผลให้สเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาผลิตภัณฑ์ยังสามารถทรงตัวได้ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์
สำหรับสเปรดของผลิตภัณฑ์ขั้นปลายเม็ดพลาสติก HDPENaptha และ LDPENaptha ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 612 และ 632 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามลำดับ เช่นเดียวกับสเปรดผลิตภัณฑ์ขั้นปลายชนิดพิเศษ (Specialty) อาทิ (PPNaptha) (PSNaptha) และ (ABSNaptha) ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) สัดส่วนราว 40% เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ขั้นปลายชนิด Commodity Grade ขึ้นมาอยู่ที่ 547 747 และ 937 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามลำดับ
นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มอะโรเมติกส์ Spread PxNaptha และ Spread BzNaptha เดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 289 เหรียญสหรัฐ/ตัน และ 322 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ฝ่ายวิจัยคาดการณ์แนวโน้มกำไรกลุ่มปิโตรเคมีในงวดไตรมาส 2 ปี 2557 น่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกตามทิศทางสเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในสายโอเลฟินส์ ซึ่งจะเป็นบวกต่อบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล (PTTGC) และ IRPC ขณะที่บริษัท อินโดรามาเวนเจอร์ส (IVL) จะได้ดีในส่วนของผลิตภัณฑ์ขั้นปลาย PET ที่สเปรดทรงตัวได้ในระดับสูงที่ 336 เหรียญสหรัฐ/ตัน และคาดว่า IVL กำไรไตรมาส 2 จะดีดตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากจากกำไรสุทธิ 368 ล้านบาท ในไตรมาสแรก
ด้าน นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ IRPC เปิดเผยว่า สเปรดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวดีขึ้นทุกตัวตามที่คาดไว้ แต่ขณะนี้ธุรกิจโรงกลั่นกลับแย่ลงกว่าที่คาด โดยเฉพาะค่าการกลั่นในส่วนของน้ำมันดีเซลที่อ่อนตัว ทำให้ผลดำเนินงานโดยรวมน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ และไตรมาส 2 ปีนี้จะดีกว่าปีก่อนอยู่แล้ว เพราะปีก่อนมีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันด้วย
นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC กล่าวว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 2 จะดีขึ้นจากไตรมาสแรก เพราะเป็นช่วงขาขึ้นของผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ และสามารถเดินเครื่องผลิตได้เต็ม 100%







