posttoday
ก่อสร้างชี้ปีหน้าคึกรองบรัฐ

ก่อสร้างชี้ปีหน้าคึกรองบรัฐ

05 มิถุนายน 2557

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ คาดปีหน้างานรับเหมารัฐทะลักกว่า 4 แสนล้าน หลัง คสช.ลั่นเดินหน้าโครงการค้างท่อ

สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ คาดปีหน้างานรับเหมารัฐทะลักกว่า 4 แสนล้าน หลัง คสช.ลั่นเดินหน้าโครงการค้างท่อ

นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์จันทร์ เปิดเผยว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศเดินหน้าโครงการภาครัฐที่ค้างท่อจะส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างในปีหน้าแน่ โดยจากแผนงบประมาณปี 2558 มูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านล้านบาท ในเบื้องต้น คสช.ประกาศว่าจะเป็นงบเพื่อการปลูกสร้างมากถึง 17% หรือกว่า 4 แสนล้านบาท ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมรับเหมาในปีหน้า

นอกจากนี้ ยังไม่นับรวมโครงการค้างปีงบประมาณปี 2557 อีกกว่า 7,000 ล้านบาท ที่จะทะลักเข้าสู่ระบบ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในปีหน้ามีมูลค่าทะลุ 8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงานของภาครัฐ 40% และภาคเอกชน 60% ซึ่งเพิ่มสูงกว่าช่วงปกติที่มีมูลค่าประมาณปีละ 6 แสนล้านบาท โดยผู้รับเหมาควรเตรียมพร้อมรับมือกับงานใหม่ที่จะไหลทะลักเข้าสู่ระบบ ทั้งเรื่องแรงงานและเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูปต่างๆ ที่ควรเตรียมพร้อมนำมาใช้ป้องกันปัญหาแรงงานขาดแคลน

“ผู้รับเหมาก็ต้องระมัดระวังในการรับงาน อย่ารับงานมากเกินไป ต้องประเมินศักยภาพกำลังการผลิตด้วยว่ารับได้หรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการก่อสร้างไม่ทันตามกำหนด” นายกฤษดา กล่าว

การที่อุตสาหกรรมก่อสร้างฟื้นได้เร็ว ทำให้ภาคก่อสร้างของไทยอาจจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาแรงงานขาดแคลนอย่างหนักอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลง เพราะงานก่อสร้างชะลอตัว รวมถึงราคาวัสดุก่อสร้างที่ ปีนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับขึ้น แม้ว่าฝั่งผู้ผลิตจะส่งสัญญาณว่าต้นทุนได้ปรับขึ้นมากแล้ว คาดว่าปีหน้าคงเลี่ยงไม่ได้กับภาวะต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับสูงขึ้น

ทั้งนี้ ผู้รับเหมาต้องหาแนวทางปรับตัวหันมาใช้วัสดุสำเร็จรูปมากขึ้น เพื่อควบคุมต้นทุนก่อสร้างได้ โดยในส่วนของเหล็กเส้น ปัจจุบันสมาคมฯ สนับสนุนให้ผู้รับเหมาใช้เหล็กเอสดี 50 เพื่อประหยัดต้นทุนการใช้เหล็กได้ประมาณ 15% รวมถึงแนะนำให้ทดลองใช้เหล็กตัดดัน ซึ่งเป็นเหล็กสำเร็จรูปกับงานก่อสร้าง เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนและประหยัดพื้นที่ก่อสร้าง

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาปีนี้โดนกระทบจากการเมือง ทำให้งานภาครัฐหดตัวลงมาก ส่วนงานภาคเอกชนลดกว่า 20% จากการที่ชะลอการลงทุนเพราะยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์การเมือง โดย แม้ปัจจุบันการเมืองจะคลี่คลายแล้ว และ คสช.จะเร่งผลักดันงบค้างจ่ายต่างๆ แต่คงไม่ทันที่เม็ดเงินใหม่จะเข้าสู่ระบบในปีนี้ได้ทัน รวมถึง งานโครงการของภาคเอกชน ก็ยังรอดูท่าทีให้การเมืองนิ่งมากขึ้นก่อน จึงจะกลับมาลงทุนจริงจังอีกครั้ง

นายสถิรัตร์ ตัณฑนันทน์ ประธานสมาคมสถาปนิกเอเชีย กล่าวว่า สถานการณ์การออกแบบในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวจากปัจจัยการเมือง ซึ่งหากการเมืองไทยนิ่ง การลงทุนจากต่างประเทศจะเข้ามามากขึ้น โดยมีนักลงทุนต่างชาติชาวเอเชีย เช่น จีน สิงคโปร์ สนใจเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยจำนวนมาก แต่ยังกังวลกับปัจจัยการเมือง

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า