posttoday
คลังตั้งแท่นส่งคนคุมแบงก์รัฐ

คลังตั้งแท่นส่งคนคุมแบงก์รัฐ

05 มิถุนายน 2557

กระทรวงการคลังนำเสนอแผนงานต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

กระทรวงการคลังนำเสนอแผนงานต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยการเบ่งสินเชื่อของธนาคารเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ ออกมาเป็น 3 แสนล้านบาทในปีนี้ อย่างไรก็ดี การขยายสินเชื่อของแบงก์รัฐไม่ได้ง่ายดาย เพราะแต่ละธนาคารมีปัญหาไม่เหมือนกัน เนื่องจากตั้งมาเพื่อวัตถุประสงค์ต่างกัน การทำธุรกิจที่ไม่เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงคิดว่าเกณฑ์การดูแลธนาคารพาณิชย์กับแบงก์รัฐจึงไม่ควรจะใช้แบบเดียวกัน

รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง รักษาการ รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เชิญให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบแบงก์รัฐ แต่ไม่ได้กำหนดเกณฑ์กำกับดูแลแบงก์รัฐไว้ ดังนั้น ธปท.จึงตรวจสอบตามเกณฑ์กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจมีความเข้มงวดเกินไปสำหรับการดำเนินพันธกิจของแบงก์รัฐ

ปลัดกระทรวงการคลังเชื่อว่าหากมีการกำหนดเกณฑ์การกำกับดูแลโดยเฉพาะแล้ว จะสามารถครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญครบทุกด้านและเป็นมาตรฐานระหว่างแบงก์รัฐด้วยกัน เพื่อให้มีเกณฑ์กำกับดูแลแบงก์รัฐที่เหมาะสมได้

ดังนั้น ในเร็วๆ นี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอแผนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (โรดแมป) ปฏิรูปแบงก์รัฐ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาโดยมีวัตถุประสงค์ 2 เรื่อง คือ การเติมเต็มช่องว่างทางการเงินโดยเน้นการให้บริการประชาชนที่ไม่สามารถเข้าแหล่งเงินและออกกฎหมายกำกับดูแลแบงก์รัฐเป็นการเฉพาะ รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงในระบบแบงก์รัฐ ที่ต้องแก้ไขปัญหาการดำเนินงานและการพัฒนาระบบการกำกับดูแล เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการปรับปรุงระบบประเมินผลและค่าตอบแทน การแยกบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ การปรับปรุงกฎหมายการจัดตั้งแบงก์รัฐ เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง

สำหรับการออกกฎหมายเพื่อกำกับดูแลแบงก์รัฐเป็นการเฉพาะนั้น จะต้องมีคณะกรรมการนโยบายสถาบันแบงก์รัฐ โดยให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานและมีกรรมการเป็นผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สศค.เป็นเลขานุการ เพื่อรับผิดชอบและกำกับดูแลแบงก์รัฐ กำหนดแผนธุรกิจและประเมินผลงานและบรรษัทภิบาลในด้านต่างๆ

อย่างไรก็ดี คลังยังจำเป็นต้องให้ ธปท.มีหน้าที่ตรวจสอบแบงก์รัฐและรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการฯ สั่งแก้ไข ยกเว้นกรรมการหรือผู้บริหารแบงก์รัฐมีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแบงก์รัฐ โดยให้ ธปท.มีอำนาจร้องทุกข์หรือกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวได้ทันที และมีกระบวนการแก้ไขปัญหากรณีเกิดการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงกรณีที่แบงก์รัฐมีปัญหาฐานะทางการเงิน การกำหนดบทลงโทษการฝ่าฝืนหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และกรอบการดำเนินงานตามพันธกิจ ที่แตกต่างจากรัฐวิสาหกิจทั่วไปที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เช่น สศค.จัดทำแผนธุรกิจร่วมกับแบงก์รัฐ ประเมินผลและค่าตอบแทนที่ไม่เน้นกำไรเป็นหลัก

“ที่ผ่านมาการตรวจสอบของ ธปท.ไม่ได้กำหนดเกณฑ์กำกับดูแลแบงก์รัฐไว้ ธปท.จะตรวจสอบตามเกณฑ์กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจมีความเข้มงวดเกินไปสำหรับการดำเนินพันธกิจของแบงก์รัฐ ดังนั้น เชื่อว่าหากมีการกำหนดเกณฑ์การกำกับดูแลโดยเฉพาะแล้ว จะสามารถครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญครบทุกด้านและเป็นมาตรฐานระหว่างแบงก์รัฐด้วยกัน เพื่อให้มีเกณฑ์กำกับดูแลแบงก์รัฐที่เหมาะสมได้” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทางด้านการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการแบงก์รัฐตามแนวนโยบายของ คสช. ที่ต้องการให้ปรับเปลี่ยนฝ่ายบริหารรัฐวิสาหกิจ เรื่องนี้กระทรวงการคลังคงต้องหารือให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งภายในเดือน มิ.ย.นี้ ในเบื้องต้นมองว่าแบงก์รัฐควรอยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง เพราะมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การคลัง และมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ จึงควรจะแต่งตั้งคนจากกระทรวงการคลังเข้าไปนั่งในบอร์ดแบงก์รัฐ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะส่งผลดีต่อการบริหารนโยบายของสถาบันการเงิน มากกว่ากรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากที่อื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท