
ปลุกชีพเขตเศรษฐกิจพิเสษส่งเสริมการค้าการลงทุน
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเป็นโครงการที่อยู่ในแผนการพัฒนาของหลายๆ จังหวัดมานานแล้ว
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเป็นโครงการที่อยู่ในแผนการพัฒนาของหลายๆ จังหวัดมานานแล้ว แต่โครงการดังกล่าวยังไม่เคยได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร แต่เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศเร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษผลตอบรับจากภาคเอกชนจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง พร้อมเสนอแนวทางการการพัฒนาในแต่ละพื้นที่
วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับแผนการผลักดันการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งในช่วงแรกควรจะเน้นการพัฒนาด่านศุลกากรในพื้นที่นั้นๆ ให้ได้มาตรฐาน ส่งเสริมการสร้างคลังสินค้าเพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค ส่งเสริมระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและส่งเสริมให้มีการอนุญาตการขนส่งข้ามแดนที่ปัจจุบันยังเป็นปัญหาใหญ่ของไทย รวมทั้งส่งเสริมการกระจายสินค้าไปยังเมืองหลวงของประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ เพื่อให้เกิดการค้าในส่วนกลางในประเทศอื่นๆ
ทั้งนี้ เนื่องจากการพัฒนาการกระจายสินค้าหรือระบบโลจิสติกส์จะช่วยผลักดันการค้าชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นค่อยพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหรือส่งเสริมการลงทุนในด้านการผลิต ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษา เพราะมีประเด็นเรื่องแรงงานหรือที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้วย
“การผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอท็อป ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ภายใน 2-3 ปี จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว” วัลลภ กล่าว
สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เป็นพื้นที่ที่มีการศึกษามานาน ตามแผนเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาไว้ มีพื้นที่ 5,603 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.แม่สอด แต่ที่ผ่านมาผู้บริหารประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทำให้โครงการดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ซึ่งหากจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนขึ้นสำหรับแม่สอดก็ควรจะนำแผนเดิมที่ศึกษามาประยุกต์ใช้ ไม่ต้องเสียเวลาศึกษาพื้นที่ใหม่
ในเบื้องต้นต้องการให้เร่งพัฒนาถนนบายพาสและสร้างสะพานมิตรภาพไทยพม่า แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วและลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการเนื่องจากการขนส่งหน้าด่านค่อนข้างหนาแน่น ทำให้ใช้ระยะเวลานานกว่าจะผ่านด่านไปได้
ขณะเดียวกันหลังจากที่มีการปิดด่านท่าเรือบางด่าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการนำสินค้าผ่านด่านทางสะพานมิตรภาพมากขึ้นเป็น 50% จากเดิมที่ใช้สะพานอยู่ 30% และที่เหลือใช้ด่านท่าเรือ
“การค้าในพื้นที่แม่สอดยังอยู่ในภาวะปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง แม้ว่าจะมีการปิดท่าเรือบางท่า ซึ่งนโยบายที่จะเร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางการค้า และแม่สอดก็มีแผนงานเรียบร้อยร้อยแล้วพร้อมที่จะนำมาใช้ได้เลย” สมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ ภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละพื้นที่จำเป็นต้องสอบถามภาคธุรกิจในประเทศ ว่าอยากให้มีความพิเศษในด้านไหน เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ควรจะเน้นการพัฒนาในด้านบริการและการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนด้านภาษีเพื่อให้คนในพื้นที่มีแต้มต่อมากขึ้น
ขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่ ถามความต้องการคนของผู้ประกอบการในพื้นที่ว่าต้องการเขตเศรษฐกิจพิเศษกิจรูปแบบไหน แล้วนำมาประกอบรวมกัน รวมถึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางด้านการค้า
สมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคใต้ เดิมสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เคยศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไว้ที่ อ.สะเดา ซึ่งจะประกอบได้ด้วยด่านศุลกากรสะเดาและปาดังเบซาร์ โดยยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและยังไม่ได้นำมาปฏิบัติ เพราะรอให้พื้นที่อื่นๆ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเกิดขึ้นมาก่อน
ขณะที่ด่านศุลกากรบ้านประกอบ อ.นาทวี เป็นด่านศุลกากรแห่งใหม่ ซึ่งนโยบายการทำเขตเศรษฐกิจในบริเวณดังกล่าวยังไม่ทราบรายละเอียด แต่หอการค้าเห็นด้วยอย่างยิ่งในนโยบายการจะผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนขึ้น







