posttoday
นับหนึ่งปฏิรูปโทรคมนาคม

นับหนึ่งปฏิรูปโทรคมนาคม

04 มิถุนายน 2557

ที่ผ่านมามีนักวิชาการหลายท่านเสนอความเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่กิจการโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายต้องทำการปฏิรูป ขณะที่ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ออกมาเปิดเผยอย่างหนักแน่นว่า จะพยายามผลักดันให้บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ CAT ควบรวมกิจการกันเพื่อจัดตั้งโครงข่ายแห่งชาติ อันเป็นการนำเอาจุดแข็งที่สำคัญขององค์กรทางด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่มารวมกัน เพื่อทำให้ทั้งสององค์กรสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ภายหลังที่จะไม่มีรายได้จากสัมปทาน

ที่ผ่านมามีนักวิชาการหลายท่านเสนอความเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่กิจการโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายต้องทำการปฏิรูป ขณะที่ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ออกมาเปิดเผยอย่างหนักแน่นว่า จะพยายามผลักดันให้บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ CAT ควบรวมกิจการกันเพื่อจัดตั้งโครงข่ายแห่งชาติ อันเป็นการนำเอาจุดแข็งที่สำคัญขององค์กรทางด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่มารวมกัน เพื่อทำให้ทั้งสององค์กรสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ภายหลังที่จะไม่มีรายได้จากสัมปทาน

ที่กล่าวว่าโครงข่ายแห่งชาติเป็นการรวมจุดแข็งของทั้งสององค์กรเข้ามา เนื่องจากทีโอทีมีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ ส่วนทาง กสทฯ มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง ซึ่งหากในอนาคตสามารถดึงบริษัทผู้ให้บริการรายหลักทั้ง 3 รายในประเทศเข้ามาร่วมโครงการนี้ได้

นอกจากจะเกิดผลประโยชน์ต่อรัฐเอง ที่มีบริษัทผู้ให้บริการเข้ามาช่วยขยายและวางโครงข่ายแล้ว ประชาชนทั้งประเทศก็จะได้รับประโยชน์จากการสามารถเข้าถึงการใช้บริการที่มีประสิทธิภาพตามไปด้วย

แนวคิดในการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมที่จำเป็น และมีความเหมาะสมกับห้วงเวลาในขณะนี้ เนื่องจากกำลังเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ที่ยังไม่มีความแน่นอนใดๆ ในการกำหนดนโยบายสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจและในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่ระบบใบอนุญาต ในช่วงที่เหมาะแก่การปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมของประเทศนี้ องค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมอย่างเช่น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงควรชะลอการดำเนินการใดๆ ในกิจการโทรคมนาคมที่จะก่อให้เกิดผลผูกพันต่อประเทศ และผู้ใช้กิจการในระยะยาวอย่างเช่นการประมูลคลื่นความถี่

ในส่วนของรูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่ แม้ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 จะกำหนดให้การจัดสรรคลื่นความถี่ต้องทำโดยวิธีการประมูลเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีการจัดสรรคลื่นความถี่ในรูปแบบหรือวิธีการอื่น เช่น วิธีการประกวด (Beauty Contest) ซึ่งองค์กรที่จัดสรรคลื่นความถี่จะคัดเลือกผู้ที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ใช้วิธีการประมูล แต่จะพิจารณาจากข้อเสนอว่า ผู้ที่เสนอตัวจะให้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร ตลอดจนเสนอผลประโยชน์ที่รัฐจะได้จากการเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่

โดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตอาจจ่ายค่าตอบแทนให้แก่รัฐในรูปแบบของค่าธรรมเนียม ซึ่งต่ำกว่าเงินที่ได้จากการประมูล และรัฐจะได้ประโยชน์จากการเก็บค่าภาษีและค่าธรรมเนียม ผู้บริโภคจะเสียค่าบริการที่ถูกลง เพราะผู้ให้บริการไม่มีต้นทุนที่สูงมาก ถือเป็นวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่อีกรูปแบบหนึ่งที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยไปกว่าการจัดประมูล ที่ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะต่อผู้บริโภคได้ เช่น อาจก่อให้เกิดปัญหาซิมดับเมื่อเข้าสู่การจัดสรรคลื่นความถี่ที่ถูกใช้งานอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การประมูลยังมีส่วนทำให้การบริหารและจัดสรรคลื่นความถี่มุ่งไปสู่ทิศทางที่ไม่้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น การมุ่งเน้นแต่รายได้จากการประมูล อีกทั้งอาจเกิดปัญหาผู้เข้าประมูลยื่นฟ้องเพื่อล้มประมูล

หากเราได้พิจารณาถึงประสบการณ์ในการจัดสรรคลื่นความถี่ในต่างประเทศแล้ว จะพบว่าครึ่งหนึ่งของการจัดสรรคลื่นความถี่ทั่วโลกเป็นแบบ Beauty Contest โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ดังนั้น เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ควรเริ่มนับหนึ่งเพื่อปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมของประเทศ เราจึงควรหันมาให้ความสนใจในประเด็นต่างๆ ที่จะนำไปสู่การปฏิรูป โดยมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่การกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมของประเทศมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ช่วยให้ กสทช.สามารถเลือกรูปแบบในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค และขอตั้งคำถามกลับไปยัง กสทช. ว่า พร้อมหรือไม่ในการนับหนึ่งการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน