
โรดแมปปฏิรูปภาษีสร้างรายได้และเป็นธรรม
โรดแมปด้านเศรษฐกิจที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังจะให้ความเห็นชอบในอีกไม่กี่วันนี้
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โรดแมปด้านเศรษฐกิจที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังจะให้ความเห็นชอบในอีกไม่กี่วันนี้ เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกับทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยหนึ่งในโรดแมปทางเศรษฐกิจที่สำคัญครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นโรดแมป ด้านการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของกระทวงการคลัง
ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอแผนปฏิรูปภาษีต่อ คสช. โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ด้านที่สำคัญ คือ 1.การสร้างฐานรายได้จากภาษีที่ยั่งยืนในระยาว 2.เป็นโครงสร้างภาษีที่สร้างความเป็นธรรมในสังคม ส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาสิ่งแวดล้อม 3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ 4.เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี
โดยในแต่ละด้านได้มีการแบ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการในระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี และเรื่องที่ต้องดำเนินการระยะยาว ใช้เวลามากกว่า 1 ปีขึ้นไป
ในด้านที่ 1 สร้างฐานรายได้ภาษีให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยมีเรื่องที่ต้องดำเนินการระยะสั้นภายใน 1 ปี ได้แก่ การปรับลดการให้สิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อให้สอดคล้องกับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% การทยอยปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตดีเซลจนกว่าจะเข้าสู่อัตราปกติ และการปรับปรุงอัตราภาษีป้าย
สำหรับเรื่องที่ต้องดำเนินการในระยะยาว ใช้เวลามากกว่า 1 ปี คือจะต้องมีการทบทวนอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 7% โดยปรับเพิ่มอัตราให้เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะการคลัง และรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในอนาคต เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา คสช.ได้เห็นชอบให้ขยายการลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 10% ให้อยู่ที่ 7% ออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2558 นอกจากนี้ ยังต้องทบทวนการยกเว้นและการลดหย่อนภาษีภายใต้บัญญัติของภาษีประเภทต่างๆ รวมถึงขยายฐานและปรับปรุงอัตราภาษีสรรพสามิต เช่น ภาษีบาป เป็นต้น
ด้านที่ 2 การสร้างความเป็นธรรมในสังคม ส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 1 ปี โดยจะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้า ที่กระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องดื่ม ที่มีความหวานสูง และน้ำมันหล่อลื่น การเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีมลพิษทางน้ำ และปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการถาวร
สำหรับเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการในระยะยาว คือ การนำระบบภาษีและเงินโอน (Negative Income Tax : NIT) มาใช้ ขยายฐานภาษีมลพิษประเภทอื่นๆ และปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ด้านที่ 3 การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน มีเรื่องที่ต้องดำเนินการภายใน 1 ปี คือ ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 20% เป็นการถาวร ปรับปรุงโครงการสร้างภาษีนิติบุคคลสำหรับเอสเอ็มอี ปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีศุลกากรกลุ่มสินค้าวัตถุดิบขั้นต้น และปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เช่น ภาษีเกี่ยวกับพาณิชย์นาวี เศษซากอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนการดำเนินการระยะยาวเกิน 1 ปี คือ ต้องปรับปรุงโครงสร้างภาษีศุลกากรให้สอดคล้องกับ การเปิดเสรีทางการค้าภายใต้กรอบต่างๆ และปรับปรุงอัตราภาษีและหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
สุดท้ายด้านที่ 4 คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดเก็บภาษี การดำเนินการในระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ต้องเร่งรัดการจัดทำระบบฐานข้อมูลภาษีอากรระหว่างกรมจัดเก็บภาษี จัดตั้งหน่วยงานดูแล ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในกลุ่มผู้มีรายได้สูง
สำหรับการดำเนินการระยะยาวมากกว่า 1 ปี คือ ต้องร่างประมวลรัษฎากรฉบับใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เปลี่ยนรูปแบบองค์กรจัดเก็บภาษีเป็นองค์กรกึ่งอิสระ และทบทวนการจัดกลุ่มภาษีของกรมจัดเก็บภาษีใหม่
ทั้งหมดนี้เป็นโรดแมปปฏิรูปภาษีของกระทรวงการคลัง ที่หวังจะใช้การแก้ไขวิกฤตทางการเมืองเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงการเก็บภาษีของประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้เพียงพอกับการใช้จ่ายของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต รวมถึงการสร้างความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีในทุกๆ กลุ่มให้มากที่สุดด้วย







