posttoday

บาร์เบอร์สไตล์ภารต 7 ทศวรรษในสังเวียนมาเลย์

03 มิถุนายน 2557

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 1937 พี. เอ. ธันกายาห์ หนุ่มใหญ่ชาวอินเดีย ตัดสินใจทุ่มเงินที่เก็บหอมรอมริบมาเกือบครึ่งชีวิต เปิดร้าน “เคดาห์ กันติง รัมบุต สไตล์โล” ธุรกิจตัดผมสำหรับผู้ชายเล็กๆ เพียงคูหาเดียวในรัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย หวังใช้ความสามารถในการตัดผมที่มีอยู่จุนเจือครอบครัว หลังอพยพมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแดนเสือเหลือง

แต่ใครจะรู้ว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านไปกว่า 77 ปี ร้านตัดผมที่คนในพื้นที่เรียกกันติดปากว่า “สไตล์โล” สามารถผงาดครองใจลูกค้าทั้งชาวมาเลย์และอินเดียในพื้นที่ จนกลายเป็นร้านในตำนานของมาเลเซียทีเดียว

อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ “สไตล์โล” อยู่ยงคงกระพันในสังเวียนธุรกิจมาเลเซียนานร่วม 7 ทศวรรษนั้น มาเธห์นัน ทายาทรุ่น 3 ที่รับไม้ต่อจากพ่อ ตอบด้วยความภูมิใจว่า เป็นผลมาจากการ “รู้จักปรับตัว” ให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลง ผลักดันให้ธุรกิจสามารถฝ่าฟันสารพัดมรสุมทั้งเหตุไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง ตลอดจนรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“แต่ก่อนเราให้บริการเฉพาะตัดผมและโกนหนวดเท่านั้น แต่เพื่อให้เข้ากับยุคและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เราจึงเพิ่มบริการสระผม ย้อมสีผม และนวดหลังเพิ่มเข้ามา” มาเธห์นัน อธิบาย

และถึงแม้ว่า มาเธห์นัน จบการศึกษาด้านภาพยนตร์จากสหรัฐ แต่เจ้าตัวกล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น “การให้บริการที่ประทับใจ” ซึ่งเป็นทักษะทางธุรกิจจากการได้คลุกคลีอยู่ภายในร้านมาตั้งแต่รุ่นปู่นั่นเอง จนในที่สุด สไตล์โล สามารถขยายสาขาเพิ่มอีก 9 สาขาทั่วรัฐสลังงอร์และในกรุงกัวลาลัมเปอร์

ผลประกอบการที่ได้เป็นกอบเป็นกำเฉลี่ยนเดือนละ 11.5 หมื่นริงกิต (ราว 11.5 แสนบาท) สะท้อนให้เห็นแล้วว่า แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจตัดผมท่านชายแบบดั้งเดิมของผู้ประกอบการอินเดียในแดนเสือเหลืองสดใสและคึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องจากความต้องการของลูกค้าขาประจำยังคงแข็งแกร่งจากทั้งปัจจัยด้านค่าบริการที่ถูกกว่าการเข้าร้านทำผมสมัยใหม่ และความถูกใจในบริการหรือที่เรียกว่า “ติดใจช่างที่รู้ใจ”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ยังเจออุปสรรคสำคัญ คือ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะช่างตัดผมฝีมือดี เนื่องจากกว่า 90% ของช่างตัดผมส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่อพยพมาจากอินเดีย ทำให้ในภายหลังที่รัฐบาลมาเลเซียออกกฎหมายจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติด้วยการระงับการออกใบอนุญาตทำงาน ทำให้ธุรกิจไม่สามารถจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มเติมอีกได้

“เราอยากเปิดสาขาในอีกหลายพื้นที่ เรามีเงินทุน 34 หมื่นริงกิต (ราว 34 แสนบาท) พร้อมในมือและมีประสบการณ์ แต่การจำกัดการจ้างแรงงานชาติทำให้ไม่สามารถขยายธุรกิจได้” มาเธห์นัน ซึ่งนั่งควบตำแหน่งรองประธานสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจร้านตัดผมอินเดียมาเลเซีย ระบุ

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของแผนการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมทักษะการเป็นช่างตัดผมที่ทางสมาคมผู้ประกอบการที่ มาเธห์นัน เป็นโต้โผหลักในการออกไอเดียขึ้น หวังผลิตช่างตัดผมรุ่นใหม่ในประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจเหล่านี้เสียเลย

แม้แผนการดังกล่าวยังคงอยู่ในระยะก่อร่างสร้างตัว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้อย่างเป็นทางการในปลายปี 2015 ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจตัดผมของชาวอินเดียในมาเลเซียยังคงต้องพึ่งพาแรงงานที่มาจากอินเดียไปอีกอย่างน้อย 10 ปี แต่สำหรับ มาเธห์นัน มองว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นของแผนรับมือกับนโยบายของภาครัฐที่ดี

“ทุกปัญหามีทางออก ในฐานะหัวเรือใหญ่ของธุรกิจ เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ” มาเธห์นัน กล่าวไว้เป็นข้อคิดทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ดร.ณัฏฐ์โต้ปิยบุตร บิดเบือนคดีจริยธรรม 44 อดีต สส.ก้าวไกลไม่ใช่นิติสงคราม