
ข้าวเปลือกขยับตันละ300
ขานรับคสช.ตรวจสต๊อกรัฐทั่วประเทศสมาคมผู้ส่งออกฯวอนดูเสถียรภาพราคา
ขานรับคสช.ตรวจสต๊อกรัฐทั่วประเทศสมาคมผู้ส่งออกฯวอนดูเสถียรภาพราคา
ราคาข้าวในตลาดขยับขึ้นตันละ 300 บาท ขานรับ คสช.สั่งตรวจสต๊อกข้าวทั่วประเทศ ด้านโรงสีผู้ส่งออกข้าวระดมข้อมูลดูแลราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ
นายมนัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ราคาข้าวเปลือกในตลาดขณะนี้ปรับเพิ่มขึ้นตันละ 300 บาท โดยราคาเฉลี่ยเดือน พ.ค. อยู่ที่ตันละ 7,300-7,500 บาท สูงขึ้นจากเดือน เม.ย.ที่ราคาเฉลี่ยตันละ 7,000-7,500 บาท ซึ่งเป็นผลทางจิตวิทยาหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ตรวจสต๊อกข้าวทั่วประเทศก่อนระบายข้าวสต๊อกรัฐบาล ทำให้ปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่ตลาดหายไป ประกอบกับมีความต้องการซื้อจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้มีความต้องการข้าวในตลาดเพิ่มมากขึ้น
“ราคาข้าวเปลือกจากนี้ไม่น่าจะต่ำกว่าตันละ 7,000 บาท แต่หากต้องการให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพก็ต้องมีการระบายข้าวสต๊อกรัฐแบบโปร่งใส ซึ่งสมาคมฯ กำลังหารือเพื่อหาแนวทางดูแลราคาข้าวให้มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืนไว้เสนอ คสช. หากมีการเรียกหารือ”
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การตรวจสต๊อกข้าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ให้ราคาข้าวสารปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับการจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2556/2557 ทำให้รัฐบาลไทยไม่มีแรงกดดันที่ต้องเร่งระบายข้าวเหมือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ราคาข้าวสารขาว 5% ณ วันที่ 29 พ.ค. ตันละ 1.12-1.13 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 23 พ.ค. ราคาตันละ 1.09-1.11 หมื่นบาท
สำหรับแนวทางการดูแลราคาข้าวในฤดูกาลต่อไป หลังจากชาวนาได้เงินค่าข้าวเพื่อนำไปลงทุนทำนาใหม่นั้น เบื้องต้นทางสมาคมฯ เห็นว่าราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาพอใจเฉลี่ยที่ตันละ 8,000-9,000 บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้า ซึ่งจะทำให้ราคาส่งออกข้าว (เอฟโอบี) เฉลี่ยที่ตันละ 400 เหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยสามารถแข่งขันได้ แม้จะยังเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เชื่อว่าคู่แข่งอย่างเวียดนามจะยอมรับได้และพร้อมปรับราคาขึ้นใกล้เคียงกับไทย เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของเวียดนามด้วย
“ราคาส่งออกข้าวไทยที่ลดลงมาเหลือตันละ 300 กว่าเหรียญสหรัฐ มาอยู่ในจุดต่ำสุดแล้ว จากนี้ราคาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องดูที่แผนระบายข้าวของไทยอีกครั้ง โดยสมาคมฯ จะหารือกันเพื่อเสนอแนวทางการดูแลราคาข้าวอย่างมีเสถียรภาพด้วยเช่นกัน” นายเจริญ กล่าว







