posttoday
ราคาตราสารหนี้ยาวลดตามแรงขายของต่างชาติ

ราคาตราสารหนี้ยาวลดตามแรงขายของต่างชาติ

03 มิถุนายน 2557

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (26-30 พ.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 410,760 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 82,152 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 2% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 66% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 269,286 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 97,428 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,381 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (26-30 พ.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 410,760 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 82,152 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 2% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 66% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 269,286 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 97,428 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,381 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 5 ปี) LB21DA (อายุ 7.6 ปี) และ LB176A (อายุ 3 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 28,062 ล้านบาท 25,091 ล้านบาท และ 18,294 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ รุ่น CB14617A (อายุ 14 วัน) CB14610A (อายุ 14 วัน) และ CB14828B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 28,695 ล้านบาท 22,305 ล้านบาท และ 19,265 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ไทยออยล์ รุ่น TOP173A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 616 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF185A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 363 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รุ่น MINT155A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 201 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงประมาณ +3 ถึง +17 Basis Point ตามทิศทางของเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตราสารหนี้อายุมากกว่า 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนปรับลดการลงทุนในประเทศไทยหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารทางการเมืองโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) และเป็นผลให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลดลง (Yield เพิ่มขึ้น)

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารทางการเมืองของ คสช. น่าจะนำไปสู่ทางออกของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่า GDP ไตรมาส 2 ปี 2557 จะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งหลังจากที่หดตัวในไตรมาสแรก และ GDP ทั้งปีจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 2% โดย สศค.จะปรับประมาณการเศรษฐกิจในเดือนหน้าและคาดว่าจะเป็นตัวเลขที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามการทำงานของทีมที่ปรึกษา คสช. โดยเฉพาะทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากจะมีผลต่อการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในระยะเวลาถัดไป

นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 11,662 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 8,969 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 2,693 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 109 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล