
BTSยันปักกิ่งรู้ผลมิ.ย.รอประมูลอื้อ
BTS รู้ผลประมูลรถไฟฟ้าปักกิ่ง 8 หมื่นล้าน มิ.ย.นี้ ถ้าพลาดมีงานที่จีนรอ เดินหน้าชิงงานในบ้าน
BTS รู้ผลประมูลรถไฟฟ้าปักกิ่ง 8 หมื่นล้าน มิ.ย.นี้ ถ้าพลาดมีงานที่จีนรอ เดินหน้าชิงงานในบ้าน
นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ จะทราบผลผู้ชนะการเข้าประมูลไฟฟ้าใต้ดินในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อลงทุนและเข้าบริหารเดินรถไฟฟ้าระยะทางรวม 50 กิโลเมตร มูลค่าโครงการรวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทร่วมกับซิกติก คอนสตรัคชั่น บริษัทในเครือของซิกติก กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (CITIC) ผ่านรูปแบบตั้งกิจการร่วมค้าซึ่งถือหุ้นเท่ากัน 50%
ทั้งนี้ หากชนะประมูลโครงการดังกล่าวบริษัทจะต้องใช้เงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของโครงการ 1.5 เท่า ดังนั้นจะใช้เงินของบริษัทเองประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท และกู้จากสถาบันการเงินอีก 2.40 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีสถาบันการเงินพร้อมปล่อยกู้ เพราะเป็นโครงการที่ดีและมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากเป็นของรัฐบาลจีนและประเมินตัวเลขผู้โดยสารไว้แล้ว
อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถชนะประมูลไฟฟ้าใต้ดินในกรุงปักกิ่ง บริษัทมีแผนที่จะจับมือกับกลุ่ม CITIC เพื่อเข้าประมูลงานใหม่ในจีนอีก 2 เส้นทาง ซึ่งจะเปิดประมูลในปีนี้ แต่ถ้าได้งานที่ปักกิ่งก็คงไม่เข้าประมูลงานในจีนเพิ่ม เพราะจะมีงานมากเกินไป
สำหรับแผนการเข้าประมูลงานในประเทศในปี 2557 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีโอกาสจะเปิดการประมูล รวมถึงโครงการในอนาคตทั้งรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเทา หากชนะทั้งหมดทั้ง 3 สี บริษัทไม่ต้องเพิ่มทุน เนื่องจากมีความสามารถจัดหาเงินลงทุนรวมมากกว่า 1 แสนล้านบาท มาจากเงินสดภายในที่มีประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท และมีความสามารถในการกู้เงินได้อีกประมาณ 78 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทไม่มีหนี้ โดยอัตราหนี้สินต่อทุนจะเพิ่มเป็น 2.5 เท่า และมีนโยบายให้รายได้จากธุรกิจขนส่งรถไฟฟ้ามีสัดส่วนเป็น 60% ของรายได้รวมจากงวดก่อน อยู่ที่ 30% โดยมีเป้าหมายรับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าให้ได้ระยะทาง 120 กิโลเมตร จากปัจจุบันที่มี 30 กิโลเมตร
นายสุรยุทธ กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานในงวดปี 2557/2558 (เม.ย. 2557-มี.ค. 2558) ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจขนส่งรถไฟฟ้าจะเติบโตประมาณ 69% แบ่งเป็น จำนวนผู้โดยสารจะเติบโต 58% จากงวดปีก่อนที่มีประมาณ 5.85.9 แสนคน/วัน ตามการขยายตัวของสังคมเมือง และการปรับขึ้นค่าโดยสารเฉลี่ยอีก 1% ที่จะรับรู้เต็มปีในงวดปีนี้ รวมถึงจะมีรายได้จากการรับจ้างการบริหารเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย เส้นทางอ่อนนุชแบริ่ง, ตากสินวงเวียนใหญ่ และวงเวียนใหญ่บางหว้า เต็มปี ส่งผลให้มีรายได้ส่วนนี้เพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% ขณะที่รายได้ธุรกิจสื่อโฆษณาจะเติบโต 13-17%
“ปัจจัยการเมืองไม่ได้มีผลกระทบให้ผู้โดยสารลดลง เพราะผู้โดยสารปรับตัวการเดินทางให้สอดคล้องกับเวลาเคอร์ฟิว” นายสุรยุทธ กล่าว
ขณะที่งบลงทุนรวมงวดปีนี้วางไว้ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ทั้งประตูปิดเปิดอัตโนมัติบนชานชาลารถไฟฟ้าบีทีเอส โครงการโรงแรมยูที่ถนนสาทรที่มีแผนจะเปิดในเดือน พ.ย. 2557 และลงทุนโครงการคอนโดมิเนียม Abstracts อาคารบี







