posttoday
การปฏิรูปประเทศไทยระบบ Fast Track ในช่วง คสช. ทางออก หรือทางตันของประเทศ (จบ)

การปฏิรูปประเทศไทยระบบ Fast Track ในช่วง คสช. ทางออก หรือทางตันของประเทศ (จบ)

03 มิถุนายน 2557

วันนี้มาติดตามตอนจบ ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วกันครับ

วันนี้มาติดตามตอนจบ ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วกันครับ

ประเด็นที่สำคัญคือประเด็นการปฏิรูปในแต่ละเรื่องที่ คสช.จะพิจารณาก็ควรจะมีการดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงาน หรือคณะกรรมการที่พิจารณาประเด็นที่จะปฏิรูป โดยคณะกรรมการดังกล่าวควรประกอบจากผู้แทนหลายภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ที่จะสามารถมาช่วยกลั่นกรองผลการศึกษาที่มีอยู่ในแต่ละเรื่อง ทั้งที่มีมาจากหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำมาพิจารณาคัดเลือกผลการศึกษาที่ดีที่สุดในการเสนอกฎหมายแบบ Fast Track เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการตรากฎหมายของแต่ละฝ่ายนั้นจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว โดยต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และที่สำคัญคือความโปร่งใสในกระบวนการทำงานและตรากฎหมาย

การตรากฎหมายในระบบ Fast Track นี้ ต้องมีเป้าหมายในการลดการใช้ดุลพินิจของภาครัฐ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและการเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้องหรือระบบอุปถัมภ์ และสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถมีกลไกการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายและสามารถวัดผลการบังคับใช้กฎหมายได้ โดยหากผู้ร่างกฎหมายยึดหลักดังกล่าวได้อย่างมั่นคงแล้ว ประเทศไทยก็จะสามารถปฏิรูปประเทศได้ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ

การคิดนอกกรอบที่อาจไม่อยู่ในกรอบนิติวิธี ที่เรียกว่ากระบวนการ Fast Track และกระบวนการร่างกฎหมายที่ให้ภาคเอกชนหรือเครือข่ายปฏิรูปมีส่วนร่วมนั้นมีความสำคัญมากในการปฏิรูป ผมเชื่อว่าวิธีการนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยในการดำเนินการดังกล่าวนี้ ผมเห็นว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาควรทำหน้าที่เป็นเลขานุการและดูแลด้านเทคนิคทางกฎหมายเพื่อที่จะร่างกฎหมายด้วยความรวดเร็วมากกว่ากระบวนการที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

กฎหมายที่ผ่านกระบวน Fast Track เหล่านี้ ควรจะได้มีการกำหนดกระบวนการที่จะให้สภานิติบัญญัติปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในรูปกฎหมายที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญในภายหลังเพื่อให้สอดคล้องกับนิติวิธี และกฎหมายบางฉบับควรมีกระบวนการประชามติไปพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ ข้อเสนอนี้ไม่ได้มุ่งให้การแก้ไขหรือปฏิรูปกฎหมายทุกฉบับต้องใช้กระบวนการ Fast Track ที่กล่าวมานี้ แต่ คสช.ควรจัดลำดับความสำคัญว่ากฎหมายใดที่มีความสำคัญเร่งด่วนในการปฏิรูปประเทศไทย ส่วนที่มีความเร่งด่วนน้อยก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเฉพาะกาลและสภานิติบัญญัติที่จะมีการจัดตั้งตามธรรมนูญชั่วคราว

ในความเห็นของผมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องผ่านกฎหมายโดยเร่งด่วนที่โปร่งใสตรวจสอบได้เป็นไปตามหลักนิติธรรม โดยไม่เป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งคนบริสุทธิ์หรือฝ่ายตรงข้ามได้ มีดังนี้

1.กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการต่อต้านการทุจริต การจัดตั้งศาลชำนาญการพิเศษและกระบวนพิจารณาคดีทุจริต หน่วยงานฟ้องร้องคดี อาจเพิ่มเติมอำนาจ ป.ป.ช. คปท. หรือประชาชนสามารถฟ้องร้องคดีได้เอง ทั้งนี้ อาจต้องมีการสรรหาเจ้าหน้าที่หน่วยงานพิเศษเช่นเดียวกับที่ประเทศฮ่องกง คดีดังกล่าวต้องไม่มีอายุความ รายละเอียดที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเคยเสนอร่างกฎหมายไว้ควรนำมาพิจารณาโดยเร่งด่วน

2.กฎหมายที่ให้ความเป็นอิสระแก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ในการปฏิบัติงาน โดยมิให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงทำนองเดียวกับศาลอัยการ รวมทั้งการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจที่ต้องมีกระบวนการโปร่งใสปราศจากการแทรกแซงและคุณสมบัติของกรรมการที่เหมาะสม โดยอาจมีองค์กรอิสระจากภาคเอกชนที่มาจากบริษัทจดทะเบียนเป็นผู้สรรหา กรรมการอิสระส่วนหนึ่งด้วย

3.กฎหมายการปฏิรูปภาษีที่ต้องปฏิรูปใหญ่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ระบบการคลัง สร้างความโปร่งใส และสร้างความเข้มแข็งและให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก และใช้เป็นมาตรการต่อต้านการทุจริตของนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจที่ประพฤติมิชอบ รวมทั้งมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าเป็นภาษีทรัพย์สิน ภาษีสิ่งแวดล้อมภาษี น้ำท่วม ภาษีการซื้อขายหุ้นที่เก็งกำไร ทั้งนี้ ผมจะเสนอในรายละเอียดของการปฏิรูปภาษีต่อไป

4.กฎหมายการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและประเทศ ที่ต้องป้องกันการทุจริตและห้ามมิให้บุคคลดังกล่าว หรือบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทำธุรกิจกับหน่วยงานที่ตนดำรงตำแหน่ง รวมทั้งการได้มาของผู้แทนที่

5.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจควรทำคดีอาญาที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินเท่านั้น ไม่ควรทำคดีอาญาอื่นๆ ที่ควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานนั้นและอัยการ การถ่วงดุลอำนาจและจำกัดอำนาจของดีเอสไอ หรือ ปปง. ที่ต้องไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาใช้อำนาจกลั่นแกล้งปรปักษ์ทางการเมืองหรือรับคดีโดยไม่สามารถตรวจสอบได้ การแยกเป็นกระทรวงอาจไม่ใช่เป็นคำตอบสุดท้ายก็ได้

แน่นอนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญควรนำบทเรียนรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มาพิจารณาว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องตีความมากมายและขัดแย้ง เช่น รัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งนี้ควรมีการนำมาถอดบทเรียน

สำหรับผมเอง ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญใหม่ไม่ควรยาวและมีหลายมาตราจนเกินไปนัก ประเทศไทยมีนักกฎหมายชั้นครูและเก่งอยู่จำนวนมาก ขอให้แต่ละท่านมาช่วยกันหาทางออกและช่วยร่างกฎหมายฉบับ Fast Track ก็จะทำให้ประเทศไทยเรามีทางออก โดยผมขออนุญาตให้ท่านเหล่านั้นช่วยคิดนอกกรอบหน่อย อย่าติดกับถ้อยคำและเทคนิคทางกฎหมายจนเกินไปนัก เพราะหากท่านมัวคิดแต่ว่าเราไม่เคยทำหรือไม่เคยร่างกฎหมายแบบนี้ เราก็จะติดกับดักกฎหมายและนำประเทศสู่ทางตันได้

บทความตอนหน้าผมจะขอเสนอแนวทางการปฏิรูปกฎหมายภาษีที่ผมเคยพยายามเสนอมากว่า 10 ปี และพยายามพูดและเขียน รวมทั้งเผยแพร่มาปัดฝุ่นอีกสักครั้ง เผื่อว่าคราวนี้การปฏิรูประบบ Fast Track จะทำให้การปฏิรูปภาษีเป็นจริงได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท