posttoday
บาหลีพร้อมลุยเออีซีงัดประสบการณ์เข้าสู้

บาหลีพร้อมลุยเออีซีงัดประสบการณ์เข้าสู้

02 มิถุนายน 2557

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับเส้นตายของการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจในภูมิภาคร่วมกันของทั้ง 10 ประเทศ

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับเส้นตายของการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจในภูมิภาคร่วมกันของทั้ง 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมีขึ้นในปลายปี 2015 นี้ ดูเหมือนว่าบรรดาภาคธุรกิจในประเทศต่างๆ จะดูวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะพากันกลัวว่าเมื่อมีการเปิดตลาดเสรีทางการค้า การลงทุน และการไหลเวียนของแรงงานมีฝีมือแล้ว จะทำให้ธุรกิจของตนเองไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งต่างชาติได้ ซึ่งความกังวลนี้จะมีมากในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)

กระนั้นก็ไม่ใช่ว่าในทุกประเทศจะมีมุมมองเลวร้ายไปเสียทั้งหมด เพราะมีบางส่วนเช่นกันที่มองว่าการเปิดเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะสร้างสรรค์โอกาสทางการค้าและทางธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดการค้าของทั้งภูมิภาคที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ขนาดจีดีพีรวมกันกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีการไหลเวียนของเงินทุนอย่างเสรี

เหมือนดังเช่นเหล่าบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจหลายภาคส่วนบนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่กล้าประกาศลั่นว่าพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การแข่งขันทางธุรกิจในเวทีเออีซีแล้ว โดย บากัส ซูปิบยา รองประธานสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย กล่าวว่า ธุรกิจท่องเที่ยวในเกาะบาหลีมีความพร้อมต่อการเข้าแข่งขันทางธุรกิจในเออีซีแล้ว และที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีทุนต่างชาติเข้ามายังเกาะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่บริษัทท้องถิ่นในบาหลีก็ยังสามารถเอาตัวรอดมาได้ แถมยังสามารถขยับขยายธุรกิจได้ดีอีกด้วย

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราเป็นธุรกิจเปิดและพร้อมจะเข้าแข่งขันในระดับโลก เราเคยทำงานร่วมกับบริษัทต่างชาติ ดังนั้น จึงคิดว่าเออีซีไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับเรา แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มมีเพียงแค่การเตรียมพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล สิ่งอำนวยความสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น” บากัส ซูปิบยา กล่าว

ขณะที่ พานูเดียน คูน ประธานสมาคมนายจ้างอินโดนีเซีย (อาพินโด) ได้กล่าวในระหว่างงานสัมมนาของสมาคม ว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่ในแดนอิเหนาหลายแห่งได้ขยายกิจการ หรืออย่างน้อยก็ได้เข้าไปลงทุนในหลายประเทศแล้ว

ขณะเดียวกัน เหล่าบรรดาภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะในบาหลี ก็มีการจัดหน่ายสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งสามารถตอบสนองต่อตลาดภายในได้อย่างเพียงพอ มิหนำซ้ำยังสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้เยอะอีกด้วย ดังนั้น เมื่อตลาดในภูมิภาคเปิดกว้างขึ้น จึงคิดว่าบาหลีน่าจะเป็นที่ที่พร้อมที่สุดในการก้าวเข้าสู่เออีซีของอินโดนีเซีย

“บรรดาภาคธุรกิจที่ทำงานหนักและมีมุมมองที่ดี เชื่อว่าจะยินดีต่อการเข้าสู่เออีซี เพราะเมื่อการค้าเสรีเกิดขึ้นไม่ว่าเร็วหรือช้า เราควรจะพิสูจน์ให้ได้ว่าอินโดนีเซียมีทรัพยากรที่แข็งแกร่ง” พานูเดียน คูน กล่าว

ประธานสมาคมอาพินโด ยังกล่าวต่อว่า อินโดนีเซียมีข้อได้เปรียบเนื่องจากมีตลาดขนาดใหญ่ โดยมีประชากรมากกว่า 251 ล้านคน ดังนั้น ตลาดในประเทศจึงมีโอกาสทางธุรกิจเหลืออีกมาก แถมยังถือเป็นสนามบ่มเพาะประสบการณ์ให้กับภาคธุรกิจในประเทศชั้นนำในการริเริ่มทำธุรกิจอีกด้วย เนื่องจากเชื่อว่าหากสามารถเอาตัวรอดในการแข่งขันตลาดในประเทศได้ ก็สามารถเอาตัวรอดในที่อื่นๆ ได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ พานูเดียน คูน จึงได้เน้นย้ำและเสนอแนะให้ผู้ประกอบการอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในเกาะบาหลีมุ่งเน้นการครองส่วนแบ่งในตลาดในประเทศให้ได้เสียก่อนที่จะขยายเข้าไปเจาะตลาดในต่างแดนต่อไป และสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอีกอย่างนั่นคือการเน้นขายสินค้าบริการที่เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรมใหม่ๆ คุณภาพ ไม่ใช่เอาแต่ปริมาณอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ปูตู สัสยาวิรา มาฮาเลนดา ประธานสมาคมลูกจ้างในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบาหลี เตือนว่า ผู้ประกอบการธุรกิจไม่ควรประมาท และจำเป็นต้องตระหนักและตื่นตัวต่อการแข่งขันทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรหมั่นทดสอบและฝึกฝนลูกจ้างของตนเองอยู่เสมอ เพราะจะเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรต่อการแข่งขันได้ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท