posttoday
สิบล้อ3แสนคันจอดสนิท

สิบล้อ3แสนคันจอดสนิท

02 มิถุนายน 2557

เศรษฐกิจทรุดบริโภคแย่รถบรรทุกนิ่งชงคสช.เร่งค้าชายแดนดันฮับขนส่ง

เศรษฐกิจทรุดบริโภคแย่รถบรรทุกนิ่งชงคสช.เร่งค้าชายแดนดันฮับขนส่ง

รถบรรทุกอ่วมหยุดวิ่ง 3 แสนคัน หลังส่งออกทรุด บริโภคแย่ ห่วงรายเล็กเจ๊งก่อน

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้า โดยเฉพาะรถบรรทุกกำลังประสบปัญหาการว่างงานอย่างหนัก จนต้องจอดรถทิ้งเปล่ามากกว่า 3 แสนคัน หรือคิดเป็น 30% ของรถบรรทุกทั้งประเทศ 1 ล้านคัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออกนำเข้าที่ติดลบ ตลอดจนกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง การว่าจ้างขนส่งสินค้าจึงลดลงตามไปด้วย

“นับตั้งแต่เกิดปัญหาการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2556 เป็นต้นมา ยอดการขนส่งสินค้าก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยหายไปไม่ต่ำกว่า 5-10% และโดยเฉพาะหลังจากช่วงสงกรานต์เป็นต้นมา เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ยอดการขนส่งสินค้าลดถึง 30% สูงกว่าโลว์ซีซั่นปีก่อนที่ลดลง 20%” นายยู กล่าว

ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน และขยายธุรกิจใหม่ของธุรกิจขนส่งอย่างมาก เห็นได้จากจำนวนการสั่งซื้อรถบรรทุกป้ายแดง ที่ปกติทั้งระบบจะสั่งซื้อรถบรรทุกมากถึงปีละ 4 หมื่นคัน ปีนี้ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ยอดสั่งซื้อรถบรรทุกใหม่มีแค่ 8,000 คันเท่านั้น ไม่ถึง 50% ของยอดสั่งซื้อเดิม และคาดว่าทั้งปีจะมีจำนวนรถบรรทุกใหม่ที่เข้ามาจะน้อยกว่าปีแล้วอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในธุรกิจรับขนส่งสินค้าไม่มีนโยบายเลิกจ้างพนักงานขับรถในช่วงนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาก็ประสบปัญหาขาดแคลนคนขับรถบรรทุกอยู่แล้ว จึงปรับตัวประคองธุรกิจไปก่อน เช่น การชะลอการซื้อรถใหม่ หรือการปรับตารางการขนส่งให้สอดคล้องกับปริมาณที่ลดลง และหวังว่าหากปัญหาต่างๆ ภายในประเทศยุติในเร็วๆ นี้ ธุรกิจขนส่งน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในเดือน ต.ค. 2557 แต่หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ธุรกิจขนส่งก็จะแย่ไปด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีอาจได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการก่อน

นายยู กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจเร่งทำ คือแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก หากเศรษฐกิจดีปัญหาอื่นน่าจะคลี่คลาย โดยเฉพาะการค้าชายแดนและการส่งออกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะตอนนี้การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใกล้เข้ามา จำเป็นต้องปรับตัวให้เป็นศูนย์กลางการค้าขนส่งสินค้าให้ได้ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจในประเทศมหาอำนาจยังไม่มีความไม่แน่นอนสูง จึงจำเป็นต้องหันพึ่งการค้ากับเพื่อนบ้านเป็นหลัก ซึ่งหาก คสช.ผลักดันได้ ธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้าก็จะได้รับประโยชน์แน่นอน

นอกจากนี้ ยังต้องการให้เร่งเจรจาการสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) มากขึ้น เพราะตอนนี้ไทยจะตกขบวนเอฟทีเอไม่ได้ ทั้งการเจรจาเอฟทีเอไทยสหภาพยุโรป หรือความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) กับสหรัฐอเมริกา เพราะตอนนี้หลายประเทศเจรจาคืบหน้าไปมากแล้ว หากไทยไม่รีบทำจะเสียเปรียบการส่งออกในอนาคตได้ โดยไทยควรจะใช้เวทีอาเซียนในการนำเจรจา เพราะมีอำนาจการต่อรองได้สูงกว่าการเจรจาเองแบบประเทศเดียว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า