posttoday
ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น รอวันเติบโต

ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น รอวันเติบโต

02 มิถุนายน 2557

ราคาหุ้นบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น หรือ TICON ภายใต้การนำของ “วีรพันธ์ พูลเกษ” กรรมการผู้จัดการ ลดลงประมาณ 15% มาอยู่ที่ 15.20 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พ.ค. ลดลงตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2557 ที่บริษัทขึ้นเครื่องหมาย XW ของการแจกฟรี TICONT2 จนถึงปัจจุบันราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

ราคาหุ้นบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น หรือ TICON ภายใต้การนำของ “วีรพันธ์ พูลเกษ” กรรมการผู้จัดการ ลดลงประมาณ 15% มาอยู่ที่ 15.20 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พ.ค. ลดลงตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 2557 ที่บริษัทขึ้นเครื่องหมาย XW ของการแจกฟรี TICONT2 จนถึงปัจจุบันราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

ขณะที่สถานการณ์ผลการดำเนินงานลดลงตามลำดับ เนื่องมาจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ทำให้ลูกค้ารายใหม่ชะลอตัว

หุ้นนี้ยังเป็นความหวังของนักลงทุนที่จะสามารถทำกำไรได้อีกต่อไปหรือไม่ ภายใต้เป้าหมายของกรรมการผู้จัดการ ว่าปีนี้กำไรจะลดลงเพียงเล็กน้อยจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ และข่าวดีจะเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป

TICON รายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ที่ 144 ล้านบาท จากรายได้รวมอยู่ที่ 721 ล้านบาท ลดลง 85% เทียบไตรมาส 4 ปี 2556 แต่เพิ่มขึ้น 153% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ส่วนของการให้เช่าโรงงานและคลังสินค้าปรับตัวลดลง 18% จากไตรมาส 4 ปี 2556 และ 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยังมีผู้เช่าใหม่เข้ามาไม่ทันกับส่วนที่ขายเข้ากองทุนไปในช่วงปลายปี 2556

รายได้จากการขายโรงงานเข้ากองทุนมีเพิ่มเข้ามาอีก 498 ล้านบาท ลดลงจาก 4,835 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2556

“วีรพันธ์” ลดเป้าหมายเพิ่มพื้นที่โรงงานให้เช่าจาก 1 แสนตารางเมตร เหลือ 7,000 ตารางเมตร และคงพื้นที่คลังสินค้าที่คงเดิมที่ 2.5 แสนตารางเมตร ส่งผลให้คาดว่าเป้าหมายรายได้รวมปีนี้จะลดลง 5% จาก 7,000 ล้านบาท หรือ 6,650 ล้านบาท ดังนั้น รายได้จะใกล้เคียงปีก่อนที่อยู่ที่ 6,681 ล้านบาท และคาดว่ากำไรจะลดลงด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 3 ปีนี้บริษัทมีแผนจะขายสินทรัพย์เป็นคลังสินค้าพื้นที่ 2 แสนตารางเมตร และโรงงานให้เช่า 5 หมื่นตารางเมตร มูลค่า 5,000 ล้านบาท เข้ากองกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี วิเคราะห์ว่า แผนการขายพื้นที่ให้เช่าและคลังสินค้าเข้า REIT ที่จัดตั้งใหม่จะทำให้กำไรสุทธิทั้งปีจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 3 สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,372 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 1,414 ล้านบาท ปีก่อน แต่ผลประกอบการจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2558 ที่ 1,520 ล้านบาท จากการขยายตัวเชิงรุกของพื้นที่ให้เช่าโรงงานและคลังสินค้าทั้งในทำเลเดิมและทำเลใหม่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2556 และไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง REIT ดังเช่นปี 2557

“วีรพันธ์” กล่าวว่า บริษัทต้องการขยายศูนย์กระจายสินค้าไปยังโฮจิมินห์ เวียดนาม และย่างกุ้ง พม่า ถ้าเจรจาแล้วเสร็จคาดว่าจะสร้างคลังสินค้าได้แห่งละ 1 หมื่นตารางเมตร โดยคาดว่าหากเจรจาแล้วเสร็จจะสามารถสร้างได้ในปีหน้า โดยจะใช้เวลาจดทะเบียน 6 เดือน

นอกจากนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่องการแปลงกองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็น REIT โดยบริษัทมีความต้องการจะแปลงกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TFUND) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทีพาร์คโลจิสติคส์ (TLOGIS) และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWTH) มารวมเป็น REIT กองเดียว ซึ่งหากทำได้จะส่งผลให้มูลค่ากองทุนดังกล่าวเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านบาท นับว่าเป็นขนาดกองทุนที่น่าสนใจลงทุนมากขึ้น

นอกจากนั้น จะทำให้สภาพคล่องการซื้อขายกองทุนเพิ่มมากขึ้น เมื่อการซื้อขายเพิ่มขึ้นแล้ว ผลตอบแทนจากการซื้อขายกองทุนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม REIT จะต้องเสียภาษีเงินปันผลที่ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ชอบ ยกเว้นนักลงทุนสถาบัน ซึ่งต้องขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนด้วย

สำหรับกองทุนที่มีความเป็นไปได้ว่าผู้ถือหน่วยจะเห็นชอบน่าจะเป็น TLOGIS ที่ครึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยเป็นนักลงทุนสถาบัน ส่วนกองที่เหลือส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนรายบุคคล

หลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้กองทุนอสังหาริมทรัพย์แปลงเป็นกองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในสัดส่วน 1 ต่อ 1 ส่วนการแปลงแบบ 3 กองทุนอสังหาริมทรัพย์ เป็น 1 กองทรัสต์นั้นยังไม่มีกฎระเบียบออกมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท