
ประตูน้ำจี้รัฐเลิกเคอร์ฟิวเร่งเคลียร์พื้นที่
"ตอนนี้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ให้เงินชดเชยรายละ 2,000-3,000 บาท ไม่สามารถเยียวยาได้ เพราะปัจจุบันผู้ค้าเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือการทำให้บรรยากาศการค้าขายกลับสู่ภาวะปกติ"
"ตอนนี้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ให้เงินชดเชยรายละ 2,000-3,000 บาท ไม่สามารถเยียวยาได้ เพราะปัจจุบันผู้ค้าเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือการทำให้บรรยากาศการค้าขายกลับสู่ภาวะปกติ"
โดย...โชคชัย สีนิลแท้/อนุสรา ทองอุไร
ขณะบรรยากาศย่านการค้าที่สามารถเปิดให้บริการได้แล้ว เช่น ประตูน้ำ ราชปรารภ ภาพโดยรวมของการค้าขายในย่านประตูน้ำวันแรก วันที่ 22 พ.ค. ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากยังปิดการจราจรตั้งแต่แยกราชเทวีถึงแยกอโศก ทำให้รถไม่สามารถเข้ามาซื้อของได้ ขณะที่ฝั่งถนนราชปรารภร้านค้าและแผงลอยยังไม่เปิดค้าขาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่จาก กทม.ยังเคลียร์พื้นที่ไม่เสร็จ ยังมีขยะจำนวนมากกองเป็นจุดๆ ในถนนราชปรารภ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
นายวิทยา หิรัญนิล ผู้ค้าส่งกางเกงแฟชั่นชายหาด ค้าขายมากว่า 10 ปี กล่าวว่า ยอดขายตกลงมาก เพราะปิดร้านเกือบ 2 สัปดาห์ เรื่องค่าเช่าเป็นส่วนหนึ่ง แต่สามารถเจรจากับเจ้าของพื้นที่ได้ แต่สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือ คืนพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้มีปัญหากลิ่นเหม็นจากขยะล้น รถไม่สามารถเข้า-ออกได้ เพราะมีทหารตั้งด่านตรวจ ทำให้ลูกค้ายังไม่กล้าเข้ามาซื้อของ ถ้าคืนสภาพเดิมให้เร็วที่สุด เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น รวมทั้งรัฐบาลต้องเร่งยกเลิกเคอร์ฟิว เพื่อให้บรรยากาศการซื้อขายกลับสู่สภาพปกติ
ผู้ประกอบการย่านประตูน้ำรายหนึ่ง กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ให้เงินชดเชยรายละ 2,000-3,000 บาท ไม่สามารถเยียวยาได้ เพราะปัจจุบันผู้ค้าขายเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือการทำให้บรรยากาศการค้าขายกลับสู่ภาวะปกติ ด้วยการยกเลิกเคอร์ฟิวและคืนพื้นที่การค้าขายย่านประตูน้ำให้กลับสู่สภาพเดิม รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับเข้ามา เพราะรายได้หลักมาจากลูกค้าชาวต่างประเทศ ที่ซื้อเป็นล็อตใหญ่ 2,000-3,000 ตัวต่อบิล
นางชาลิสา โชคบุญสุวรรณ ผู้ค้ารายย่อยย่านซิตี้คอมเพล็กซ์ ประตูน้ำ ผู้ค้าส่งเสื้อไหมพรม กล่าวว่า เปิดร้านที่นี่มาปีกว่า ปิดร้าน 10 กว่าวัน เพิ่งเปิดเป็นวันแรก ยังไม่ได้ค้าขาย ตั้งแต่มีม็อบ ยอดขายตกลงมาก จากวันละ 1 แสนบาท เหลือวันละไม่ถึงหมื่นบาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ เดือดร้อนอย่างหนัก สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐช่วย คือ ให้ช่วยเจรจากับห้างเพื่อขอลดค่าเช่า เพราะตลอด 2 เดือนที่มีการชุมนุม ยอดขายตกลงมาก แต่ค่าเช่ายังเท่าเดิม เดือนละประมาณ 1 แสนบาท
นางลีนา จังจรรจา อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้ไปรับใบลงทะเบียนขอรับสิทธิการช่วยเหลือจากรัฐบาลไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในย่านราชเทวี ดินแดง ประตูน้ำ คลองเตย รวมแล้วกว่า 3,000 ใบ ขณะนี้เตรียมถ่ายเอกสารเพิ่มอีกกว่า 5,000 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการรายย่อยเสนอมาที่ตนเอง คือ หวังจะได้รับการยกเว้นค่าเช่าที่อย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน เช่น กลุ่มผู้เช่าในย่านประตูน้ำ ที่มีค่าเช่าพื้นที่ในราคาเริ่มต้น 4 หมื่น-1 แสนบาทต่อเดือน ส่วนหาบเร่แผงลอยต้องการความช่วยเหลือประมาณ 1 หมื่นบาทต่อราย
นอกจากนี้ ในส่วนตนเองอยากให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะรายย่อยมาแสดงสิทธิลงทะเบียนโดยเร็วเพื่อดำเนินเรื่องพร้อมกัน ซึ่งตนเองของอาสาเป็นทนายให้กับผู้ค้ารายย่อยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยให้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เลขที่เช่าแผง หรือมีรูปถ่ายร้านค้าแผงลอยที่ได้รับผลกระทบก็จะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับร้านค้าของนางลีนา มี 3 แห่ง ที่อินทราประตูน้ำ ใบหยก 1 และทางเดินระหว่างใบหยก 1 และใบหยก 2 ตั้งแต่การชุมนุมเริ่มต้นได้รับผลกระทบทางด้านยอดขาย และได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมาที่ต้องปิดร้าน รวมค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทแล้ว
นางจันทร์ทิพย์ รักชอบ เจ้าของแผงลอยเสื้อผ้าสตรี บริเวณใกล้โรงแรมอินทราประตูน้ำ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ขายของมาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้ขาดรายได้ จากที่มีรายได้โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2,000-3,000 บาทต่อวัน ซึ่งขณะนี้กังวลว่าจะไม่มีพื้นที่ทำมาหากิน เพราะยอมรับว่าพื้นที่ขายเสื้อผ้าเป็นที่ที่จับจองด้วยตนเองมากกว่า 15 ปี ไม่ได้มีการเสียค่าเช่า จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเร่งคืนพื้นที่ย่านประตูน้ำโดยเร็ว เพื่อจะได้กลับมาเปิดกิจการได้เหมือนเดิม







