posttoday
ตลาดหุ้นยังอยู่ในช่วงฮันนีมูน

ตลาดหุ้นยังอยู่ในช่วงฮันนีมูน

02 มิถุนายน 2557

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี SET ขยับขึ้น 1.4% มาปิดอยู่ที่ 1,415.73 จุด ยืนเหนือระดับก่อนประกาศกฎอัยการศึกรัฐประหาร ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกของผู้ลงทุนในประเทศ แม้ต่างชาติจะเทขายหุ้นไทยอย่างหนักและแรงขายยังไม่แห้งก็ตาม

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี SET ขยับขึ้น 1.4% มาปิดอยู่ที่ 1,415.73 จุด ยืนเหนือระดับก่อนประกาศกฎอัยการศึกรัฐประหาร ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกของผู้ลงทุนในประเทศ แม้ต่างชาติจะเทขายหุ้นไทยอย่างหนักและแรงขายยังไม่แห้งก็ตาม

นักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นไทยไว้แล้ว 2.31 แสนล้านบาท หลังเฟดส่งสัญญาณลด QE เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2556 โดยเป็นการขายสุทธิ 3.3 หมื่นล้านบาท ในช่วง 9 วันทำการ หลังประกาศกฎอัยการศึก แรงขายต่างชาติที่เหลืออยู่จึงไม่น่าจะรุนแรง

ด้านผู้ลงทุนในประเทศมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้น การยึดอำนาจปลดล็อกเศรษฐกิจไทยที่ถูกแช่แข็งมานานกว่า 6 เดือน การผันเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ ทำให้มุมมองเศรษฐกิจพลิกจาก “เชิงลบ” กลายเป็น “เชิงบวก” สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประกาศจะพยายามผลักดันเศรษฐกิจปีนี้ให้โตถึง 3%

มาตรการเร่งด่วน ได้แก่

1) การจ่ายคืนหนี้ชาวนา 9.2 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้า

2) การผลักดันงบค้างท่อและเร่งรัดการจัดทำงบประมาณปี 2558 ให้เสร็จก่อนวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทั้งนี้มีแนวโน้มสูงที่งบปี 2558 จะขาดดุลสูงกว่า 2 แสนล้านบาท โดยอาจสูงถึง 5 แสนล้านบาท ใกล้เพดานตามกฎหมาย เพื่อเร่งทำเมกะโปรเจกต์ที่มีความพร้อมสูงและส่วนใหญ่หนุน เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯปริมณฑล ฯลฯ

3) การตั้งบอร์ดบีโอไอ (BOI) ใหม่ เพื่อเร่งพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนค้างท่อ มูลค่า 7.1 แสนล้านบาท

4) การแก้ปัญหาการขอใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรม (ใบ ร.ง.4) ที่ล่าช้า ขณะนี้มีโรงงานกว่า 400 แห่ง ที่รอใบอนุญาตนี้อยู่ การเปิดโรงงานจะก่อให้เกิดการจ้างงาน การจัดซื้อจัดจ้าง ต่อไป

สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องดีดรับมาตรการเร่งด่วนเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ค้าปลีก ธนาคาร

จนถึงขณะนี้ทหารยังคุมสถานการณ์ได้ดีแม้จะมีการชุมนุมย่อยๆ ต่อต้านในหลายพื้นที่ นักลงทุนจากที่เคยให้ความสำคัญกับโหมดความมั่นคง จึงหันมาที่โหมดเศรษฐกิจมากขึ้น ตลาดหุ้นดีดรับที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและมาตรการเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมา

ตลาดหุ้นจะแกว่งผันผวนขึ้น โดยมีแนวต้านแถว 1,426 จุด และ 1,440 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองเศรษฐกิจช่วงสั้น แรงขายต่างชาติยังไม่แห้ง จะถ่วงหุ้นบลูชิปต่อ แต่มองเป็นโอกาส “ทยอยซื้อ” บริเวณแนวรับ เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มบาทอ่อน (TUF, CPF, PTTEP) กลุ่มธนาคาร (KBANK SCB BBL) สื่อสาร (ADVANC INTUCH DTAC JAS) รวมถึงหุ้นที่คาดว่าจะเด่นกว่าตลาดในระยะยาว เช่น BCH, SAMART, KBS, THCOM, CPALL, PTTGC เป็นต้น

จับตาการประชุมธนาคารกลางอียู (ECB) ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ มีโอกาสสูงที่ ECB จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวช้าและมีความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะเงินฝืด

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล