
ดัชนีธุรกิจพีอาร์ตลาดครึ่งปีหลังลุ้นฟื้นตัว
งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ นับเป็นงบที่จะโดนตัดในอันดับแรกๆ เมื่อธุรกิจเริ่มเข้าสู่วิกฤต ในทางกลับกัน หากกิจการเริ่มพลิกกลับมาฟื้นหรือเริ่มเล็งเห็นโอกาส งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็จะเป็นงบอันดับต้นๆ ที่จะมาสะพัดอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อให้เห็นถึงท่าทีของภาคเอกชน กับความเชื่อมั่นในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ นับเป็นงบที่จะโดนตัดในอันดับแรกๆ เมื่อธุรกิจเริ่มเข้าสู่วิกฤต ในทางกลับกัน หากกิจการเริ่มพลิกกลับมาฟื้นหรือเริ่มเล็งเห็นโอกาส งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็จะเป็นงบอันดับต้นๆ ที่จะมาสะพัดอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อให้เห็นถึงท่าทีของภาคเอกชน กับความเชื่อมั่นในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นิมิตร หมดราคี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส คอนซัลติ้ง กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจประชาสัมพันธ์ตอนนี้ โดยทั่วไปกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว หลังจากถดถอยมาระยะหนึ่ง เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมือง และถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลกระทบต่อธุรกิจโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างรุนแรง
แม้ว่าขณะนี้ธุรกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าตัดสินใจและยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเงินมากขึ้น โดยใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาสถานภาพและรอจังหวะที่สถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าวอาจส่งผลให้ธุรกิจประชาสัมพันธ์สิ้นปีติดลบ แต่หากทุกอย่างนิ่ง เชื่อว่าธุรกิจจะฟื้นตัวเร็ว เพราะเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว
นิมิตร กล่าวอีกว่า ในส่วนของ 124 ยอมรับว่าไตรมาสแรกโดนกระทบเช่นกัน ทำให้บริษัทต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่าย แต่จากแนวโน้มที่ตลาดกระเตื้องขึ้น เนื่องจากลูกค้าเริ่มปรับตัวได้และมองว่าเป็นโอกาสที่จะได้ขยายธุรกิจ บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการดูแลลูกค้าปัจจุบันด้วยชีวิต ต้องทำงานให้เกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้ เลือกรับลูกค้าใหม่เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากร ระวังต้นทุน ไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่ควร
บุรินทร์ เหมทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิธแอนด์คิน คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ คอนซัลแตนท์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจประชาสัมพันธ์ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบ เพราะลูกค้าต่างรอดูสถานการณ์ ซึ่งในส่วนของบริษัทเองแม้ไม่ได้ทำงานเชิงรุกมากนัก แต่ก็มีการคุยงานกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการวางแผนดำเนินธุรกิจ รับการขยายงานในอนาคต
ส่วนภาพรวมธุรกิจประชาสัมพันธ์ปีนี้ มองว่าน่าจะยังเติบโตดี เพราะทุกธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ แต่ธุรกิจประชาสัมพันธ์ที่น่าเป็นห่วงในช่วงวิกฤตแบบนี้น่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายองค์กรที่ค่อนข้างสูง เพราะต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่องค์กรขนาดเล็กเองก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน เนื่องจากเม็ดเงินที่นำมาหมุนเวียนภายในองค์กรค่อนข้างมีจำกัด หากธุรกิจชะลอตัวจะกระทบสภาพคล่องได้ ซึ่งในส่วนของคิธแอนด์คินเป็นองค์กรขนาดกลาง โดนกระทบน้อย เพราะค่าใช้จ่ายในองค์กรไม่สูงเมื่อเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่
พร้อมกันนี้ ยังได้มีการปรับแผนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และควบคุมต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ในด้านของกลยุทธ์การทำตลาดก็เน้นเจาะไปยังความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เช่น เนื้อหา ประเด็น ข้อมูลเชิงข่าว การนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อในช่องทางต่างๆ เพื่อให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด
จิรวรา วีรยวรรธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจประชาสัมพันธ์ช่วงต้นปีที่ผ่านมาชะลอตัวในด้านการจัดกิจกรรม และเปิดตัวสินค้าใหม่พอสมควร แต่การใช้บริการพีอาร์ในด้านการให้คำปรึกษายังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเริ่มเข้าสู่ไตรมาส 2 เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาจัดกิจกรรมเป็นปกติ
แผนของโอกิลวี่พีอาร์ปีนี้จะเดินหน้าขยายบริการให้ครอบคลุมการพีอาร์แนวใหม่ เพื่อประสิทธิผลของแบรนด์ลูกค้า จะมีการลงทุนขยายทีมวางแผนกลยุทธ์และดิจิทัลพีอาร์ ด้วยการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของโอกิลวี่พีอาร์ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก
นอกจากนี้ โอกิลวี่พีอาร์ยังจะให้ความสำคัญกับ “Creativity” และ “Effectiveness” หรือการมุ่งสร้างสรรค์ไอเดียและเนื้อหาที่แปลกใหม่ตอบโจทย์ เพื่อให้แคมเปญได้รับประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดซึ่งสำคัญยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นแบบนี้ เพราะแคมเปญประชาสัมพันธ์ที่สร้างแค่ภาพลักษณ์ที่ดีไม่เพียงพอและไม่คุ้มค่าอีกต่อไป แต่ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านการตลาดให้กับแบรนด์ด้วย
อย่างไรก็ดี ถ้ายังไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหาประเทศ โอกิลวี่พีอาร์ มองว่าเศรษกิจของประเทศไทยน่าจะยังชะลอตัวต่อเนื่อง เพราะไม่มีเม็ดเงินจากงบประมาณภาครัฐเข้ามาในระบบ และถ้าภาพรวมเศรษฐกิจได้ผลกระทบธุรกิจประชาสัมพันธ์ก็น่าจะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็แล้วแต่คงต้องรอดูสถานการณ์ครึ่งปีหลังต่อไป
ฮัสซัน บาซาร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ กล่าวว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ค่อยจะปกติ สิ่งที่บริษัทได้เห็นคือลูกค้ามีความต้องการคำปรึกษาในเรื่องวิธีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์มากขึ้น เนื่องจากการจัดกิจกรรมเพื่อการสร้างแบรนด์ในช่วงไตรมาสแรกมีการเลื่อนออกไป
แต่หลังจากเข้าสู่เดือน เม.ย.พ.ค. เริ่มมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับแบรนด์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสินค้าแบรนด์ใหญ่ๆ ยังเชื่อว่าการสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสนใจแบรนด์สินค้ายังต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร และในทางตรงกันข้ามสถานการณ์แบบนี้ก็ถือเป็นโอกาสสำหรับการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในสภาวะผันผวน ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีของการสร้างแบรนด์ เพราะการทำธุรกิจไม่สามารถหยุดไปทั้งหมดได้ ซึ่งหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจอยู่ที่การหาวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคและกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจในแบรนด์และสินค้า
สำหรับแผนของบางกอกพีอาร์ในครึ่งปีหลังนี้ยังคงเน้นทำงานกับลูกค้าจำนวนไม่มาก แต่ทำระยะยาว และจากจุดแข็งที่มีคือการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้การทำกิจกรรมบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ จากการปรับตัวดังกล่าวน่าจะทำให้ธุรกิจประชาสัมพันธ์ฝ่าวิกฤต มีรายได้เติบโตได้ไม่ยาก







