posttoday
ชดเชยรายได้-สร้างความเชื่อมั่นดึงลูกค้ากล้าใช้จ่าย

ชดเชยรายได้-สร้างความเชื่อมั่นดึงลูกค้ากล้าใช้จ่าย

23 พฤษภาคม 2553

"อยากเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยเรื่องค่าเช่าพื้นที่ ที่ไม่ได้มีการเปิดกิจการ ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะสภาพจิตใจตอนนี้แย่ไปหมด เพราะบรรยากาศการซื้อขายก็คงซบเซา และกว่าจะฟื้นได้ก็ต้องใช้เวลา"

"อยากเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยเรื่องค่าเช่าพื้นที่ ที่ไม่ได้มีการเปิดกิจการ ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะสภาพจิตใจตอนนี้แย่ไปหมด เพราะบรรยากาศการซื้อขายก็คงซบเซา และกว่าจะฟื้นได้ก็ต้องใช้เวลา"

สําหรับศูนย์รับเรื่องร้องเรียนผู้ได้รับผลกระทบจากการจลาจลผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง ที่ชั้น 5 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 50 คนมาประจำการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบช่วงเดือน พ.ค. โดยที่นี่ได้เปิดเป็นศูนย์ชั่วคราวให้ประชาชนมายื่นเรื่องร้องเรียนช่วงวันที่ 21-23 พ.ค. จำนวน 3 วัน

สำหรับบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก เพราะมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาร้องเรียนตลอดทั้งวัน โดยวันแรกวันที่ 21 พ.ค. มีผู้มายื่นเรื่อง 319 ราย รวมความเสียหาย 180 ล้านบาท วันที่ 22 พ.ค. คาดมีผู้ยื่นเรื่องเกือบ 400 ราย |และวันนี้จะรับเรื่องเป็นวันสุดท้าย หลังจากนั้นสามารถไปยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานเขตทั้ง 7 เขต

นางมะลิวัลย์ ทองศรีจันทร์ อายุ 50 ปี หนึ่งในประชาชนที่มาร้องเรียน บอกว่า เธอเปิดร้านจำหน่ายเสื้อผ้าที่อาคารซิตี้คอมเพล็กซ์ ประตูน้ำ ตรงข้ามศูนย์การค้าแพลทินัม ซึ่งแม้ว่าร้านจะไม่ได้ถูกเพลิงไหม้ แต่ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน เพราะต้องหยุดขายมานานกว่า 2 เดือน ทำให้ขาดเงินหมุนเวียนไปกว่า 3.5 แสนบาท

“ความเดือดร้อนคือตอนนี้ไม่มีเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือ เพราะมีรายได้ทางเดียวจากการขายเสื้อผ้า ตอนนี้ก็มีเพียงเงินใช้เล็กๆ น้อยๆ แค่ในชีวิตประจำวันเท่านั้น อยากให้รัฐบาลเข้ามาชดเชยเงินจำนวน 2 แสนบาทก็ยังดี” นางมะลิวัลย์ กล่าว

สิ่งที่เธออยากเรียกร้องจากรัฐบาลคือ 1.อยากได้เงินชดเชย 2.อยากให้หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ 3.อยากให้โปรโมตด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อบอกให้ชาวต่างชาติรู้ว่าตอนนี้เมืองไทยไม่น่ากลัวแล้ว

“ลูกค้าส่วนใหญ่ของดิฉันเป็นชาวอินเดีย ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็อยากจะเข้ามาในเมืองไทย แต่ยังไม่มั่นใจว่าเข้ามาแล้วจะปลอดภัย” นางมะลิวัลย์ กล่าว

น.ส.กรณ์พรรณา ศรุติกิตติเสถียร เจ้าของกิจการธุรกิจรองเท้าขายส่งและปลีกในศูนย์การค้าแพลทินัม กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะหลังมีการปิดแยกราชประสงค์ชุมนุม ส่งผลกระทบให้ยอดขายลดลงมากหรือ 70-80% จากยอดขายปลีก 3-4 หมื่นบาท/วัน เหลือ 1,000 บาท/วัน โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติและต่างจังหวัดที่เดินทางมาซื้อสินค้าลดลงมาก ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือด้วยการชดเชยรายจ่ายที่ขาดหายไป โดยเฉพาะค่าเช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าในช่วงที่ต้องปิดร้าน หรือตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. เป็นต้นมา ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือได้ครบมูลค่าของความสูญเสีย

“แค่อยากเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยเรื่องค่าเช่าพื้นที่ ที่ไม่ได้มีการเปิดกิจการ ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะสภาพจิตใจตอนนี้แย่ไปหมด เพราะบรรยากาศการซื้อขายก็คงซบเซา และกว่าจะฟื้นได้ก็ต้องใช้เวลา” น.ส.กรณ์พรรณา กล่าว

น.ส.ชุลิตา ปิงวัง เจ้าของร้านจำหน่ายเสื้อสูทภายในอินทราสแควร์ ประตูน้ำ กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากการต้องหยุดขายตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. เป็นต้นมา แต่จริงๆ แล้วธุรกิจสูญเสียรายได้มาตั้งแต่มีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เพราะยอดขายลดลงกว่า 90% จากมีรายได้วันละ 1 แสนบาท เหลือ 1 หมื่นบาท และยังต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ 7 หมื่นบาท/ห้อง ซึ่งธุรกิจของตนเองมี 4 ห้อง สิ่งที่ต้องการเรียกร้องรัฐบาลให้ความช่วยเหลือคือ การจัดหาช่องทางระบายสินค้าค้างสต๊อกขณะนี้ออกไป เพราะลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาซื้อสินค้าหายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้มีสินค้าค้างสต๊อกจำนวนมาก

น.ส.กิ่งเพชร บุญยงค์ เจ้าของธุรกิจชุดไทยกิ่งเพชรและธุรกิจบริการรับจัดงานอีเวนต์ กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากการเข้าไปรับจัดงานอีเวนต์ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะงานแต่งงานของชาวต่างชาติ อย่างล่าสุดรับจัดงานแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาวชาวอินเดีย ซึ่งมีแขก 400 คน เดินทางมาร่วมงานแต่งที่โรงแรมดุสิตธานี ประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยงานแต่งงานยังคงลุล่วงไปได้ เพราะมีการย้ายสถานที่ไปจัดที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แต่ก็ต้องลดกิจกรรมของงานอีเวนต์ลง ทำให้สูญเสียรายได้ เช่น ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติจะมีรายได้เกือบแสนบาท พอไม่ปกติรายได้เหลือ 2 หมื่นบาท เป็นต้น

สิ่งที่อยากเรียกร้องคงไม่ใช่จำนวนเงิน เพราะยังประคองธุรกิจได้ แต่ต้องการให้รัฐบาลหาทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยรักคน เพราะมีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะธุรกิจของตนเดินทางไปจัดงานแต่งประเทศอื่นด้วย ซึ่งมีลูกค้าเกือบทั่วโลก

นางเล็ก (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ประกอบการรายย่อยที่เปิดร้านจำหน่ายเครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้าที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าบิ๊กซี ราชดำริ เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองและญาติๆ เข้ามาเปิดร้านที่นี่กันหมด ขณะนี้จึงหมดกำลังใจที่จะทำอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างหายไปกับกองไฟหมดแล้ว ทั้งสถานที่และสินค้า

ทั้งนี้สิ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ สินค้าถูกไฟไหม้ไปจนหมด เงินทุนจมหายไป ทั้งค่าสินค้ามูลค่า 7-8 แสนบาท รวมกับค่าเช่าอีก 1 ล้านบาท

“จริงๆ แล้วจะได้รายได้ 7,000– 10,000 บาทต่อวัน แต่ต้องปิดร้านไป 2 เดือน จึงขาดรายได้ประมาณ 6 แสนบาท บวกกับค่าร้านอีก 1 ล้าน เท่ากับตอนนี้เสียไป 1.6 ล้านบาทแล้ว” นางเล็ก กล่าว

สำหรับสิ่งที่เธออยากจะเรียกร้องจากรัฐบาลก็คือ 1.อยากได้ที่ทำกินใหม่ เพราะถ้ามีที่ทำมาหากินก็สามารถหาเงินมาชดเชยเงินที่สูญเสียไปได้ 2.อยากได้เงินทุนก้อนเล็กๆ ที่รัฐบาลชดเชยมาลงทุนต่อ 3.อยากให้บ้านเมืองสงบ เพราะไม่ยุติธรรมที่ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับความเดือดร้อนไปด้วย 4.อยากให้ห้างบิ๊กซีเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเท่าที่จะช่วยได้ 5.อยากให้รัฐออกมาฟื้นฟูจิตใจให้แก่คนที่เดือดร้อน เพราะตอนนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่หมดอาลัยตายอยาก และสุดท้ายคือ อยากให้รัฐบาลมีการตอบสนองในการช่วยเหลือกลับมาภายใน 7 วัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ