posttoday
อุ้มเอสเอ็มอีก่อสร้าง

อุ้มเอสเอ็มอีก่อสร้าง

02 มิถุนายน 2557

รับลูกคสช.เร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานกรุงไทยอัดแคมเปญปล่อยกู้ผู้รับเหมา

รับลูกคสช.เร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานกรุงไทยอัดแคมเปญปล่อยกู้ผู้รับเหมา

กรุงไทยขยับให้กู้เอสเอ็มอี หลัง คสช.ลุยโครงการภาครัฐ ปัดฝุ่นแคมเปญเดิมดันโตตามเป้า 10%

นายอุดมศักดิ์ โรจน์วิบูลย์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มธุรกิจขนาดกลางนครหลวง 1 ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น จะส่งผลดีต่อการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้าธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภาคก่อสร้าง โดยเฉพาะเอสเอ็มอีกลุ่มรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ ที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อถึง 20% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมด ที่มีอยู่ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารจะนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ผู้รับเหมาภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ที่ออกแคมเปญตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมาโปรโมทอีกครั้ง โดยที่ผ่านมา ยอดปล่อยสินเชื่อมีไม่มาก เพราะโครงการลงทุนภาครัฐสะดุดจากปัญหาการเมือง

สำหรับการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ คงเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยธนาคารจะเลือกปล่อยเฉพาะโครงการที่มีทำเลดี เช่น ติดเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อเอสเอ็มอีปี 2557 นี้ไว้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยไตรมาสแรกปีนี้ สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัว 3.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2556 มียอดคงค้างที่ 350,930 ล้านบาท สัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีคิดเป็น 19.9% ของพอร์ตสินเชื่อรวม

“แม้เศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาชะลอตัว แต่การพิจารณาสินเชื่อเอสเอ็มอียังเป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติ ซึ่งธนาคารดูที่ตัวลูกค้าเป็นหลัก ไม่ได้ระมัดระวังจนเข้มงวด แต่อาจมีบางธุรกิจที่บุกไม่มาก ดูตามศักยภาพของลูกค้าและแนวโน้มธุรกิจของเขาว่าไปได้ไหม เพราะเราเชื่อว่าในวิกฤตยังมีโอกาส ซึ่งหลายบริษัทก็ยังสามารถทำกำไรได้ในยามที่ตลาดซบเซา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่ามีแนวโน้มที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีได้เพิ่มตามเป้า 10% เพราะการที่ชาวนาได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีในกลุ่มการเกษตร เช่น ปุ๋ย เครื่องจักรกลการเกษตร จะมีความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกค้าที่เคยชะลอแผนธุรกิจ ก็กลับมาพิจารณาแผนลงทุนใหม่อีกครั้ง เพราะหลังจากมีรัฐประหารเกิดขึ้น ทำให้มีความชัดเจนแล้วว่า บรรยากาศภายในบ้านเมืองจะสงบไปอย่างน้อย 1 ปี

นอกจากนี้ ธนาคารยังเห็นโอกาสการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีในหลายธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ในครึ่งปีหลัง โดยเอสเอ็มอีที่น่าสนใจนอกเหนือจากภาคก่อสร้างและภาคเกษตร คือ ธุรกิจอาหารแปรรูปที่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ที่ได้รับผลดีจากเศรษฐกิจสหรัฐและสหภาพยุโรปฟื้นตัว และค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ผู้ส่งออกขายของได้ราคาดี โดยธุรกิจ ส่งออกที่น่าสนใจ คือ ส่งออกอาหาร และส่งออกยานยนต์ที่เติบโตทุกปี

นายอุดมศักดิ์ ยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในภาพรวมที่เตรียม ไว้ก่อนหน้านี้ ว่า มาตรการดังกล่าวเตรียมไว้เนื่องจากขณะนั้นเชื่อว่าตลาดจะมีปัญหาไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปหลังเกิดรัฐประหาร ทำให้บรรยากาศโดยรวมดีขึ้น ดังนั้น ธนาคารจะรอดูสถานการณ์อีก 12 เดือน ว่าภาคธุรกิจดีขึ้นหรือไม่ ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้แนวทางช่วยเหลือเป็นรายกรณีเหมือนเดิม หรือจะออกเป็นมาตรการช่วยเหลือ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี