posttoday
ทิสโก้เวลธ์ชูหุ้นเยอรมันเด่นสุดในยุโรป

ทิสโก้เวลธ์ชูหุ้นเยอรมันเด่นสุดในยุโรป

02 มิถุนายน 2557

ทิสโก้ เวลธ์ ชี้ “ตลาดหุ้นเยอรมนี” ดาวเด่นสุดในยุโรป เศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่ง แนะลงทุน

ทิสโก้ เวลธ์ ชี้ “ตลาดหุ้นเยอรมนี” ดาวเด่นสุดในยุโรป เศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่ง แนะลงทุน

นายคมศร ประกอบผล นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส ทิสโก้ เวลธ์ เปิดเผยว่า ทิสโก้ เวลธ์ ประเมินว่าจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรปที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปกลับมามีความน่าสนใจลงทุนอีกครั้ง และเป็นตลาดที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าลงทุนเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น และสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมองว่าตลาดหุ้นเยอรมนีน่าสนใจลงทุนที่สุดในกลุ่มยูโรโซน

ปัจจุบันตลาดหุ้นเยอรมนีมีความโดดเด่นจากปัจจัยสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ในยุโรป อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเยอรมนีเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าและส่งออกรายใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ของเยอรมนีที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลกและเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเยอรมนีล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทชั้นนำที่รู้จักทั่วโลก อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู โฟล์คสวาเกน เดมเลอร์ อลิอันซ์ เบเยอร์ ซีเมนส์ และอาดิดาส เป็นต้น

“เศรษฐกิจเยอรมนีถือเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มยูโรโซน เห็นได้จากเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ บางประเทศในยูโรโซนได้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางและเศรษฐกิจกลับไปหดตัวอีกครั้ง เช่น โปรตุเกสและอิตาลี ขณะที่เศรษฐกิจเยอรมนียังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และสูงกว่ากลุ่มยูโรโซนที่ขยายตัวเพียง 0.2 และมีอัตราการว่างงานต่ำเพียงราว 5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 23 ปี”นายคมศร กล่าว

นายคมศร กล่าวว่า ด้วยความโดดเด่นของเศรษฐกิจเยอรมนี ทำให้ตลาดหุ้นเยอรมนีมีความน่าสนใจลงทุนมากขึ้น และเชื่อว่าตลาดหุ้นเยอรมนีจะยังสามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนได้ดีในปีนี้ ในขณะที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในตลาดหุ้นในประเทศยุโรปอื่นๆ นั้นมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่แพง และแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก

สำหรับตลาดหุ้นสเปนและโปรตุเกส ที่มีการซื้อขายที่ระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) ประมาณ 17 เท่า และ 21 เท่า ตามลำดับ ส่วนตลาดหุ้นของเยอรมนียังมีการซื้อขายที่มูลค่าที่ถูกกว่าโดยในปัจจุบัน ดัชนี DAX ของเยอรมนี ซื้อขายที่ระดับ พี/อี ประมาณ 13.8 เท่า ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย และต่ำกว่าดัชนี Europe STOXX600 ซึ่งซื้อขายที่ พี/อี ประมาณ 15.4 เท่า แต่ถ้าเทียบกับตลาดที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ซึ่งมี พี/อี อยู่ที่ 16 เท่า ทำให้ตลาดหุ้นเยอรมนียังมีโอกาสในการปรับตัวขึ้นได้อีกมาก ดังนั้น จึงแนะนำเพิ่มพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นเยอรมนี เพื่อเปิดโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศและเพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุน

อย่างไรก็ตาม บลจ.ทิสโก้ เตรียมเปิดตัวกองทุนใหม่ที่ยังไม่มีในไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ