
หวังเงินข้าวดันรถยนต์ฟื้น
ส.อ.ท.มีความหวัง คสช.สั่งจ่ายเงินจำนำข้าวหนุนการบริโภค เชื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นปลายปี
ส.อ.ท.มีความหวัง คสช.สั่งจ่ายเงินจำนำข้าวหนุนการบริโภค เชื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นปลายปี
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเร่งรัดจ่ายเงินให้ชาวนาตามโครงการรับจำนำข้าวให้ครบภายในระยะเวลา 1 เดือนต่อจากนี้ นับเป็นนโยบายที่ดีและเรียกความเชื่อมั่นต่อการบริโภคในประเทศได้ดีมาก
ทั้งนี้ เมื่อชาวนาได้รับเงินแล้วจะมีการใช้จ่ายทันที ซึ่งจะส่งผลดีต่อหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ปุ๋ย วัสดุก่อสร้าง สินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และที่สำคัญคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างรถจักรยานยนต์ ปิกอัพ
“เมื่อชาวนาได้รับเงินแล้วมีการใช้จ่ายออกไปจะเรียกความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น และมีการบริโภคตามมาอีก อย่างเครื่องมือการเกษตรเทียบกับก่อนหน้านี้ ที่ร้านค้าสินค้าเหล่านี้ขายของไม่ออกเพราะเกษตรกรไม่มีเงิน ผมเชื่อว่าปัจจุบันคนไทยมีเงินอยู่ในกระเป๋า แต่ไม่เอาออกมาใช้จ่ายเพราะไม่มีความเชื่อมั่น รอเพียงความเชื่อมั่นดีขึ้นแล้วเศรษฐกิจก็จะกลับมา”นายวัลลภ กล่าว
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า การที่เงินจำนำข้าวเข้าสู่ระบบจะทำให้เกิดการใช้จ่ายจากชาวนากว่า 8.5 ล้านครอบครัว ส่งผลดีทันทีต่อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชาวนา ซึ่งในกลุ่มยานยนต์นั้นจะเห็นผลเร็วที่สุดคือ ยอดขายมอเตอร์ รถเกี่ยวข้าว รถไถ ปิกอัพ และจักรยานยนต์ แต่ในกลุ่มยานยนต์นี้คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในช่วงปลายปี เพราะในช่วงแรกจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่ได้รับผลบวกทันที
สำหรับรถบรรทุกนั้นคาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น หาก คสช.สามารถเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ได้และให้ความเชื่อมั่นว่าโครงการจะเดินได้ต่อเนื่อง อย่างในปี 2555-2556 ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลที่แล้วเริ่มประกาศว่าจะมีโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ยอดขายรถบรรทุกก็ขยายตัวขึ้นอย่างมาก โดยมีอัตราการขยายตัวถึง 40% แต่มาถึงปีนี้เมื่อการเมืองมีปัญหาพบว่ายอดขายรถบรรทุกได้หดตัวลงถึง 50%
“แค่ 2-3 วัน หลังจาก คสช.ประกาศนโยบายว่าเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว ร้านค้าเกี่ยวกับเครื่องมือเกษตรต่างๆ ก็เริ่มสั่งสินค้าแล้ว เมื่อสินค้าเหล่านี้เริ่มขยับเงินหมุนในระบบรอบถัดไปก็เป็นการเริ่มซื้อรถ และยิ่งถ้าไตรมาส 3-4 สถานการณ์ทางการเมืองยังสงบก็จะยิ่งดี” นายสุรพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวด้วยว่า แม้จะมีปัจจัยที่เข้ามาเสริมกลุ่มยานยนต์ดังกล่าวข้างต้น แต่กลางปีนี้ก็ยังคาดว่าจะมีการปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ โดยรวมปีนี้ลงเล็กน้อยจากเดิมที่คาดว่าจะผลิตอยู่ที่ 2.4 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ 1.2 ล้านคัน และส่งออก 1.2 ล้านคัน โดยการปรับลดนั้นจะลดในส่วนการผลิตเพื่อขายในประเทศเนื่องจาก 4 เดือนแรกที่ผ่านไป ยอดขายในประเทศออกมาต่ำมาก แต่การผลิตเพื่อส่งออกคาดว่าจะยังเป็นไปตามเป้าหมาย
สำหรับข้อมูลของ ส.อ.ท. ระบุว่า การผลิตรถยนต์นั่งใน 4 เดือนแรกปี 2557 (ม.ค.-เม.ย.) ของไทยอยู่ที่ 6.44 แสนคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.77% รถกระบะผลิตทั้งสิ้น 3.81 แสนคัน ลดลง 20.51% รถบรรทุกผลิตได้ 7,056 คัน ลดลง 58.72% จักรยานยนต์ผลิตทั้งสิ้น 7.99 แสนคัน ลดลง 15.69% ขณะที่ยอดขายในประเทศในส่วนรถยนต์ 4 เดือนแรก อยู่ที่ 2.97 แสนคัน ลดลง 43.1% ด้านยอดขายรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 5.63 แสนคัน ลดลง 21.6%







