posttoday
เสนอสารพัดวิธีอุ้มเอสเอ็มอี

เสนอสารพัดวิธีอุ้มเอสเอ็มอี

31 พฤษภาคม 2557

สสว.เป็นโต้โผร่วมกับบสย.เพิ่มค้ำกู้ดอกตํ่า ออกโครงการสินเชื่อให้หน้าเก่า-รายใหม่

สสว.เป็นโต้โผร่วมกับบสย.เพิ่มค้ำกู้ดอกตํ่า ออกโครงการสินเชื่อให้หน้าเก่า-รายใหม่

สสว. ขน 8 มาตรการ วงเงิน 1.27 หมื่นล้านบาท เสนอ คสช. ช่วยเอสเอ็มอี วันที่ 2 มิ.ย.นี้

นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.เตรียมร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี รวม 8 โครงการ วงเงิน 12,783 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เอสเอ็มอี ทั้งชดเชยดอกเบี้ย การสนับสนุนสินเชื่อรายย่อย (ไมโคร เครดิต) หาตลาดใหม่ และพัฒนาธุรกิจ คาดว่าจะสามารถช่วยเอสเอ็มอีได้ทั่วประเทศจำนวน 2.8 ล้านราย

ทั้งนี้ จะเสนอแผนช่วยเหลือเอสเอ็มอี แก่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะเดินทางไปมอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรม ในวันจันทร์ที่ 2 มิ.ย.นี้ รวมทั้งจะเสนอให้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ชุดใหม่ ที่จะต้องมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่ปัจจุบัน ยังไม่มีนายกรัฐมนตรี จึงต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. หรือให้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คสช.ทำหน้าที่แทน

สำหรับมาตรการที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีรวม 8 มาตรการ อาทิ ชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ ในอัตรา 1.75% ปีแรก ให้แก่ผู้ประกอบการรวม 5,000 ราย วงเงินรวม 262.8 ล้านบาท โครงการ เอสเอ็มอี รีสตาร์ท โดยร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ชดเชยดอกเบี้ยให้แก่เอสเอ็มอี อัตรา 3% จำนวน 1 หมื่นราย เวลา 3 ปี วงเงิน 800 ล้านบาท

ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (ไมโคร เครดิต) โดยจะร่วมสนับสนุนให้กระทรวงการคลัง ทำโครงการให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มรายย่อย หาบเร่ แผงลอย สามารถกู้ในวงเงินระดับแสนบาทขึ้นไปได้ เป็นต้น

4.โครงการเชื่อมโยงการตลาด เอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน โดยจะส่งเสริมเอสเอ็มอีกลุ่มเติบโตสูง จำนวน 500 ราย ขยายตลาดผ่าน ห้างค้าปลีก และทำตลาดผ่าน เอสเอ็มอีแอด คลิก วงเงินรวม 95 ล้านบาท

5.โครงการส่งเสริมธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ ให้เป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยจะส่งเสริมผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการเพื่อสุขภาพ ขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ จัดทำมาตรฐานสินค้าและบริการด้านสุขภาพของอาเซียน ระยะเวลา 3 ปี วงเงิน 250 ล้านบาทต่อปี 6.โครงการยกระดับศักยภาพของเอสเอ็มอี ในตลาดชายแดน ทั้งพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าชายแดน 5 จุด เวลา 3 ปี วงเงิน 225 ล้านบาท รวมผู้ประกอบการ 4,500 ราย

ขณะที่โครงการเร่งด่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที ได้แก่ โครงการชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. , โครงการ เอสเอ็มอี รีสตาร์ท การทำโครงการเชื่อมโยงการตลาด เอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน, โครงการส่งเสริมธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ ให้เป็นศูนย์กลางอาเซียน และ โครงการยกระดับศักยภาพของเอสเอ็มอี ในตลาดชายแดน ที่คาดว่าจะเร่งผลักดันให้เอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการได้ในช่วง 23 เดือนต่อจากนี้

กสอ.เร่งเครื่องส่งเสริมผู้ประกอบการ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมครึ่งปีหลัง รับการเมืองนิ่งส่งออกฟื้น ชดเชยยอดขายในประเทศหดช่วงต้นปีนางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้เตรียมแผนสนับสนุนเอสเอ็มอี ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมกว่า 3,600 กิจการ โดย กสอ. มีมาตรการและโครงการต่างๆ ที่รองรับและให้การสนับสนุนในการปรับตัวในภาวะวิกฤติ ในโครงการต่างๆ ทั้งระยะเร่งด่วน, ระยะสั้น และระยะยาว อย่างต่อเนื่องนับจากนี้ไป ภายใต้งบประมาณ ส่งเสริมฯ อยู่ที่ 700-800 ล้านบาท จากงบรวมในปีนี้ อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท

สำหรับ11 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ กสอ.พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วน, อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมสิ่งทอ, อุตสาหกรรมเครื่องหนัง อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์, อุตสาหกรรมรองเท้า อุตสาหกรรมอาหาร, อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมยางพารา รวมกว่า3,600 กิจการ ที่ยังต่อยอดไปสู่โครงการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่เออีซี ด้วยทั้งนี้ยังสอดคล้องกับภาวะการเมืองที่เริ่มคลี่คลาย เกษตรกรเริ่มมีรายได้ ซึ่งจะต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจประเทศจากการส่งออกที่จะต้องลุ้นในครึ่งหลังของปีนี้ จากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มในประเทศ มีกำลังซื้อลดลง กระทบกับภาคการผลิตโดยตรง ซึ่งในขณะนี้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่อการรักษากำลังการผลิตในปีที่แล้ว ไปพร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานด้วยขณะที่ในไตรมาสแรกปีนี้ ภาพรวมผลผลิตมวลรวมของประเทศ(จีดีพี) ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อน 0.6% ส่งผลให้อัตราการผลิตเฉลี่ยลดลง61.8% ต่ำสุดในรอบ9 ไตรมาส ทำให้เกิดผู้ว่างงานในไตรมาสแรกนี้ราว344,430 คน เพิ่มขึ้น0.9% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน มีการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคของครัวเรือนลดลง3% และจากวิกฤติการเมืองยังทำให้อุตสาหกรรมของไทยชะลอการขยายตัว รวมถึงนักลงทุนต่างชาติเริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่าไทยและมีเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่า เช่น จีน อินเดีย และบางประเทศในอาเซียนอย่างไรก็ตาม นอกจากแผนงานส่งเสริมภายใต้โครงการต่างๆ ทั้ง3 ระยะแล้ว กรมฯ ได้เข้าไปช่วยเหลือในโครงการพัฒนารวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรม หรือ คลัสเตอร์ ที่ปัจจุบันมีอยู่58 คลัสเตอร์ โดยในปี56 ที่ผ่านมา สมาชิกกลุ่มคลัสเตอร์สามารถเพิ่มยอดขายมากขึ้นกว่าปีก่อน 5,000 ล้านบาท และมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบ5,000 ล้านบาท

ด้านธนาคารออมสิน ออกสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท เน้นช่วยเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ที่ต้องการสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท และรายขนาดย่อมที่ต้องการสินเชื่อไม่เกิน 50 ล้านบาท เป็นโครงการสินเชื่อผ่อนปรนทั้งดอกเบี้ยและหลักประกัน

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ออกสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท และยังมีสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการที่ทำการค้าระหว่างประเทศ มีวงเงิน 2,000 ล้านบาทและสินเชื่อกลุ่ม Happy Together ที่มี 4 โครงการ มีวงเงินปล่อยกู้ทั้งหมด 800 ล้านบาท

บสย. เสนอ 3 มาตรการ คือ 1. การขอให้รัฐจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปีแรก สำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท 2. โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย ( ไมโครเอสเอ็มอี ) วงเงิน 5,000 ล้านบาท ยอดค้ำประกันไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย 3. โครงการค้ำประกันสินเชื่อโอทอปวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ยอดค้ำประกันต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่ได้รับการลงทะเบียนจากโครงการรัฐ ซึ่งทั้ง 3 มาตรการนี้ บสย. ของบชดเชยจากรัฐเป็นเงิน 3,712 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท