
ดาบสองคม
กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ชั่วข้ามคืน เมื่อการเข้าใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยหยุดไปชั่วคราวกว่า 30 นาที เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น. ของวันที่ 28 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตกเป็นจำเลยทันที จนต้องออกมาแถลงต่อมาว่าไม่ได้สั่งปิดเฟซบุ๊ก แต่เป็นความขัดข้องทางเทคนิค
กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ชั่วข้ามคืน เมื่อการเข้าใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยหยุดไปชั่วคราวกว่า 30 นาที เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น. ของวันที่ 28 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตกเป็นจำเลยทันที จนต้องออกมาแถลงต่อมาว่าไม่ได้สั่งปิดเฟซบุ๊ก แต่เป็นความขัดข้องทางเทคนิค
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงอิทธิพลของเฟซบุ๊กที่มีต่อวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ และอีกกว่า 1,200 ล้านคนทั่วโลก เฟซบุ๊กกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คน
นอกจากการเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารในกลุ่มเพื่อน ปัจจุบัน ขยายเป็นการแสดงตัวตนต่อสาธารณะ เป็นช่องทางการติดต่อซื้อขายสินค้า ช่องทางเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับแบรนด์ ไปจนถึงช่องทางในการ ติดต่อธุรกิจ
จุดเด่นของเฟซบุ๊ก คือ 1.เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ใช้งานฟรี และง่ายต่อการใช้งาน 2.สามารถอัพเดทข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเฉพาะการใช้งานผ่านมือถือ ซึ่งกว่า 50% ของการใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยใช้ผ่านมือถือ และท้ายสุดคือ เฟซบุ๊ก เป็นแพลตฟอร์มที่มีการแบ่งปันข้อมูลและโต้ตอบที่มีการปฏิสัมพันธ์กันมากที่สุด
แต่อย่างที่ทราบ การขยายตัวของเฟซบุ๊ก ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ทั้งอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ จากกลุ่มเพื่อนไปจนถึงสังคมโดยรวม มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การใช้งานอย่างไม่ระมัดระวังอาจกลายเป็นดาบสองคม ซึ่งเจอมาแล้วในหลายวงการ ล่าสุด กรณีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สที่ถูกนำพฤติกรรมการใช้สื่อเหล่านี้ในอดีต มาทวงถามถึงความเหมาะสมในการได้ตำแหน่งระดับชาติ
ในโลกของสื่อเสรี การปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร ย่อมถูกประณาม แต่การสื่อสารโดยขาดการรับผิดชอบ การสนุกกับการต่อว่าบุคคลอื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ควรมีขอบเขตมากน้อยแค่ไหน การส่งต่อข้อความให้ร้ายต่างๆ นานาแก่บุคคลอื่น ควรที่จะถูกตรวจสอบหรือไม่ ในประเทศไทยยังไม่มีการขีดเส้นในจุดนี้
เพราะจริงๆ แล้วเฟซบุ๊กสามารถจำกัดตัวเองในการแสดงข้อความ คิดเห็นเฉพาะในกลุ่มเพื่อนได้ หรือจำกัดไม่ให้บุคคลอื่นมาแสดงความ เห็นหรือส่งต่อข้อความของเราได้ การเข้าไปติดตาม ตรวจสอบในกรณีนี้จะถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ หรือหากเป็นกรณีการแสดงความเห็นต่างๆ ที่ผิดกฎหมายชัดเจน และเผยแพร่สู่สังคมในวงกว้าง เช่น หมิ่นประมาทบุคคลอื่น มีผู้เสียหาย ก็ต้องดำเนินคดีไปตามที่กฎหมายกำหนด
แต่หากยังไม่มีความชัดเจน หรือเป็นสีเทาๆ การบังคับใช้กฎหมายหรือการดำเนินการใดๆ ก็ตาม พึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง







