
แฮร์แอนด์สกินรุกหนักรับไทยฮับสุขภาพเออีซี
แฮร์แอนด์สกิน รุกธุรกิจคลินิกเมดิคัลสปาหรู เจาะกำลังซื้อ เพื่อนบ้าน รับไทยขึ้นฮับทางการแพทย์
แฮร์แอนด์สกิน รุกธุรกิจคลินิกเมดิคัลสปาหรู เจาะกำลังซื้อ เพื่อนบ้าน รับไทยขึ้นฮับทางการแพทย์
นายประวีร์ เครือโชติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮร์แอนด์สกิน เอ็กซเปิร์ท ผู้ดำเนินธุรกิจคลินิกและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพความงาม เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนราว 70 ล้านบาท ดำเนิน 3 สายธุรกิจหลัก คือ 1.ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 2.ผลิตภัณฑ์สำหรับผม และ3.ผลิตภัณฑ์บริการสำหรับแม่และเด็กทารก เพื่อขยายธุรกิจรองรับโอกาสตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามในระดับภูมิภาคอาเซียน ที่จะเติบโตสูงเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ปัจจุบันตลาดเวชสำอางในไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 15-20% และตลาดสินค้าดูแลผิวหรือสกินแคร์ในไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทและเติบโต 2 หลักอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการที่ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการแพทย์ในอาเซียน
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีเตรียมเปิดธุรกิจบริการด้านสุขภาพและความงาม 2 รูปแบบ คือ คลินิกดูแลผิวพรรณภายใต้ชื่อ แฮร์แอนด์สกิน บริการด้านสุขภาพผิวพรรณและผม และใช้งบลงทุนราว10 ล้านบาทเปิดให้บริการสาขาต้นแบบแห่งแรก(แฟล็กชิป สโตร์) ย่านพระราม4 โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้การปรนณิบัติ(เธอราพิส) ซึ่งยังเป็นศูนย์ฝึกอบรม(เทรนนิง เซ็นเตอร์) และศูนย์กระจายสินค้า(ดิสตริบิวชัน) โดยวางแผนขยายสาขาคลินิคไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ด้านท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นๆ ที่มีกำลังซื้อสูงจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
สำหรับธุรกิจบริการที่ 2 คือ เมดิคัล สปา ภายใต้ชื่อ เลอซอง (Lesens) วางตำแหน่งเป็นสปาสำหรับครอบครัว(แฟมิลี สปา) เป็นแห่งแรกในไทยรอบรับกลุ่มเป้าหมายหลักครอบครัวที่สามารถใช้บริการร่วมกันได้ โดยเฉพาะกลุ่มแม่และเด็กวัยแรกเกิด ใช้งบลงทุนราว 50 ล้านบาท เปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์ ย่านสุขุมวิท บนพื้นที่ 230 ตร.ม. ซึ่งจะเปิดให้บริการพร้อมกับการเปิดตัวศูนย์ฯใหม่ดังกล่าวราวต้นปีหน้า
“บริษัทวางแผนใน 5 ปี จะขยายธุรกิจเลอซองอีกไม่ต่ำกว่า 35 สาขาในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับกำลังซื้อระดับบนในภูมิภาคนี้ส่วนไทยจะขยายสาขาไปยังหัวเมืองท่องเที่ยว” นายประวีร์ กล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านการค้า(เทรดดิง) ทยอยนำเข้าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ(สกินแฮร์)แบรนด์ต่างๆจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดด้วย โดยแบรนด์แรกที่นำเข้ามาทำตลาดคือ สกินเมดิกา(SkinMedica) ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากสหรัฐอเมริกา และเตรียมนำเข้าแบรนด์ใหม่จากฝรั่งเศสเข้ามาทำตลาดในไทยด้วย โดยผ่านช่องทางขายหลักใน คลินิก และโรงพยาบาล
ทั้งนี้ หลังจากเปิดให้บริการทั้งสองธุรกิจแล้ว คาดในปีแรกจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทพร้อมมีแผนขยายการทำตลาดผลิคภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิวและผมในช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัจจุบันตลาดเวชสำอางในไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า2,000 ล้านบาทเติบโตต่อเนื่อง15-20% และตลาดสินค้าดูแลผิวหรือสกินแคร์ในไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทและเติบโต2หลักอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการที่ไทยเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ด้านการแพทย์ในอาเซียน เมื่อเข้าสู่เออีซีด้วย







