
ทันสถานการณ์
สั่นสะท้านไปทั่ววงการโซเชียลมีเดียเมืองไทย หลังเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของไทยและของโลก คือ เฟซบุ๊ก “ล่ม” เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
สั่นสะท้านไปทั่ววงการโซเชียลมีเดียเมืองไทย หลังเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของไทยและของโลก คือ เฟซบุ๊ก “ล่ม” เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
อาจเป็นเรื่องบังเอิญที่เครือข่ายเฟซบุ๊กในเมืองไทยเกิดล่มอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ในภาวะที่ประเทศไทยอยู่ในการดูแลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ทว่าทันทีที่เกิดเหตุการณ์เครือข่ายเฟซบุ๊กล่ม ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม สุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดเฟซบุ๊กถึงล่ม
เพราะหากจำกันได้เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า จากการหารือกับ คสช. ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย คือ กองทัพ กสทช. และกระทรวงไอซีที เพื่อตรวจสอบเครือข่ายโซเชียลมีเดีย หากพบข้อความหมิ่นสถาบันหรือยุยง ปลุกปั่น ทีมงานสามารถปิดเว็บไซต์ได้ใน 1 ชั่วโมง
“ได้รับคำสั่งจาก คสช.ให้ปิดเฟซบุ๊ก” สุรชัยให้สัมภาษณ์สื่อแห่งหนึ่งหลังเครือข่ายเฟซบุ๊กล่ม แต่เพียง 1 ชั่วโมงจากนั้น คสช.ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า “ไม่ได้มีคำสั่งปิดเฟซบุ๊ก และสาเหตุที่เฟซบุ๊กล่มเป็นเพราะปัญหาเซิร์ฟเวอร์ใหญ่เฟซบุ๊กที่ประเทศสิงคโปร์ล่ม” จากนั้นปลัดไอซีทีออกมายืนยันว่า “คสช.ไม่ได้มีคำสั่งปิดเฟซบุ๊ก แต่ที่เว็บล่มเพราะเซิร์ฟเวอร์ใหญ่ในต่างประเทศมีปัญหา”
“ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าในช่วงดังกล่าวมีการใช้งานเฟซบุ๊กมากกว่าปกติ ทำให้การเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศมีปัญหา และผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคด้านอินเทอร์เน็ตก็ยืนยันตรงกันว่า ปกติศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (เกตเวย์) ของอาเซียนจะอยู่ที่สิงคโปร์ และไทยใช้เกตเวย์ของมาเลเซียเพื่อเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์อีกที เมื่อเกตเวย์ที่สิงคโปร์มีปัญหาจึงส่งผลต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทย แต่ที่คนรู้สึกและกลายเป็นประเด็นเพราะไทยที่มีปริมาณการใช้งานเฟซบุ๊ก 28 ล้านคน สูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก จึงดูเหมือนว่าเฟซบุ๊กล่ม ทั้งที่เว็บไซต์อื่นๆ ก็มีปัญหาเช่นกัน” พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาปลัดไอซีที หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบสื่อออนไลน์ย้ำ
ที่สำคัญนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยมีปัญหาการเชื่อมต่อเกตเวย์อินเทอร์เน็ตจนทำให้เฟซบุ๊กล่ม แต่อาจเป็นเพราะช่วงนี้ คสช.มีคำสั่งให้ดูแลสื่อออนไลน์อย่างเข้มข้น กรณีเฟซบุ๊กล่มจึงถูกโยงเป็นประเด็น
“การปิดเฟซบุ๊กอย่างที่หลายคนเข้าใจนั้นทำไม่ได้ แต่ทางไอซีทีจะส่งเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงไปเจรจากับเฟซบุ๊ก และ กูเกิล ที่มีฐานอยู่สิงคโปร์ และ ไลน์ ที่มีสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่น เพื่อขอความร่วมมือหากไอซีทีจะมอนิเตอร์หรือระงับการใช้งานเป็นรายบุคคลที่เข้าข่ายต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ” พล.ต.ต.พิสิษฐ์ยืนยัน
แต่ ท่ามกลางกระแสเฟซบุ๊กล่ม คนในวงการคอมพิวเตอร์ ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีเฟซบุ๊กล่มครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ขัดข้องทางเทคนิคแน่ แต่เป็นเพราะมีการปิดระบบชั่วคราวเพื่อเปลี่ยนการเชื่อมต่อหลังบ้าน
“ตามปกติเมื่อเข้าเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ก็จะเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ตรงของเฟซบุ๊กทันที แต่จากการปิดระบบเพื่อทำการ รีไดเรกต์ หรือการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ซึ่งหมายความว่าทุกการใช้งานเฟซบุ๊กต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ภาพ คอมเมนต์ การกดไลค์ จะถูกมอนิเตอร์โดยเซิร์ฟเวอร์กลางนี้ก่อนแล้วจึงเชื่อมไปที่เซิร์ฟเวอร์ของเฟซบุ๊กอีกทีหนึ่ง” ผู้เชี่ยวชาญในวงการระบุ
กรณีเฟซบุ๊กล่มเป็นเรื่องใหญ่ ที่ คสช.ต้องตรวจสอบและชี้แจงให้กระจ่าง ก่อนที่สังคมจะแคลงใจ จนกระทบภารกิจปฏิรูปประเทศ







