posttoday
ร้านสยามสแควร์ครวญ ช่วยค่าเช่า-หาที่ขายสินค้า-เงินกู้ดอกต่ำ

ร้านสยามสแควร์ครวญ ช่วยค่าเช่า-หาที่ขายสินค้า-เงินกู้ดอกต่ำ

23 พฤษภาคม 2553

8...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

ด้านการลงทะเบียนของผู้ประกอบการย่านสยามสแควร์ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุจลาจลที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ โดยสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ตั้งโต๊ะลงทะเบียนรวม 2 วัน (2122 พ.ค.) มีผู้ประกอบการแจ้งความเดือดร้อนร่วม 300 ราย

น.ส.พันธ์ทิพย์ (ไม่เปิดเผยนามสกุล) พนักงานขายร้าน Dress Tokill สยามซอย 2 เผยว่าสินค้าไม่เสียหาย เพราะอยู่ใต้โรงหนังลิโด แต่ที่มายื่นเอกสารยืนยัน เพื่อแสดงตัวในฐานะผู้ประกอบการจริงย่านสยามสแควร์ และอยากให้รัฐบาลช่วยโดยเฉพาะเรื่องค่าเช่า เพราะตั้งแต่เดือน เม.ย.ลูกค้าเริ่มบางตา แต่กลับมาคึกคักอีกครั้งช่วงต้นเดือนพ.ค. ทั้งๆ ที่ยังมีม็อบ ทว่าทันทีที่ ศอฉ.ประกาศห้ามเข้ามาในพื้นที่ ลูกค้าก็หายเกลี้ยง รายได้ประมาณเดือนละ 7 หมื่นกว่าบาทก็ไม่มี อย่างน้อยๆ ถ้ารัฐบาลสามารถเยียวยาด้วยการลดค่าเช่าอย่างน้อย 50% ก็จะช่วยได้มาก

นายวิศาล พันธุสาร เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับ PodSiam สยามซอย 3 เล่าว่า ร้านไม่ถูกเผา แต่ก็ได้รับความเสียหาย ตรงที่ไม่สามารถขายสินค้าได้ ตั้งแต่ 9 พ.ค. เป็นต้นมา เนื่องจากการประกาศกระชับวงล้อมของศอฉ. ทำให้คนไม่กล้าเข้ามาเดินจับจ่ายซื้อสินค้า

“ช่วงแรกม็อบโซนนี้ไม่มีปัญหาอะไร ถึงแม้ว่า 3 ห้างดังจะปิด แต่ก็ยังมีคนเดินประปราย เพราะบริเวณนี้ผู้ชุมนุมใช้เป็นที่พักอาศัยเท่านั้น คนค้าขายก็ยังมาค้าขายตามปกติ แต่วันที่ขายไม่ได้เลยคือวันที่ 1314 พ.ค. พอทางจุฬาฯ มาบอกให้ออกจากพื้นที่ก่อน 6 โมงเย็น คนก็ไม่กล้ามาเดินแล้ว”

การมายื่นเอกสารวานนี้ เจ้าหน้าที่ให้นายวิศาลกรอกตัวเลขความเสียหาย แต่เขาไม่สามารถระบุตัวเลขได้ จึงเขียนว่าขาดรายได้

“ผมต้องเสียค่าเช่าเดือนละ 3 หมื่นบาท อยากให้รัฐช่วยมากๆ เลย เหลือแค่ครึ่งหนึ่งก็ยังดี แต่ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอกครับ เพราะทุกคนก็เดือดร้อนเหมือนกัน”นายวิศาล กล่าว

ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ก็เช่นศูนย์ฝึกวิชาที่เช่าพื้นที่ชั้น 2 โรงหนังสยามที่ถูกไฟเผาวอดทั้งตึก ศูนย์แนะนำการศึกษา อ.Mike’s นายบรรยง เจนพิทักษ์สมบัติ กล่าวว่า เสียหาย 100%

“ผมไม่ซีเรียสเรื่องทุนหายหมด แต่ซีเรียสเรื่องค่าเสียโอกาสมากกว่า เพราะตั้งใจจะเปิดสอนวันที่ 15 พ.ค. แต่ก็ไม่สามารถเปิดได้ เพราะ ศอฉ.ประกาศให้ประชาชนห้ามเข้าพื้นที่บริเวณนี้ตั้งแต่ 12 พ.ค. จึงอยากให้รัฐบาลหาสถานที่ให้ใหม่ หรืออาจเป็นเงินสนับสนุนครึ่งหนึ่งของค่าเสียโอกาส ซึ่งผมมีค่าใช้จ่ายเช่าพื้นที่ 2 คูหา เดือนหนึ่งก็เป็นเงินประมาณ 1.5 แสนบาท”

เจ้าของสถาบันกวดวิชา อ.เสาวนิตย์สุขะวรรณ ซึ่งอยู่คู่โรงหนังสยามมากว่า 30 ปี ถือเป็นสถาบันกวดวิชาเก่าแก่ แต่วันนี้วันเกิดเหตุไฟได้เผาไหม้เป็นจุณพร้อมโรงหนัง

“เหตุการณ์ครั้งนี้เร็วยิ่งกว่าภัยธรรมชาติ เพราะ ศอฉ.ประกาศจะยุติม็อบบ่าย 3 โมง หลังจากนั้นเพียง 10 นาทีไฟก็โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง โรงเรียนของดิฉันและโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ กัน ไม่เหลืออะไรเลย สิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยมี 3 ข้อ หนึ่ง คือหาโรงเรียนให้นักเรียนโดยเร็วที่สุด เด็กๆ โทร.มาถามทุกวันเลย เพราะกลัวจะเตรียมตัวไม่ทันสอบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่ปีนี้เลื่อนมาเป็นเดือน พ.ย. 2553 สองชดเชยเงินทุนให้โรงเรียนสัก 50% สุดท้ายคือลดค่าเช่า โดยเฉพาะค่าแป๊ะเจี๊ยะ ปีหนึ่งๆ ตกเป็นเงินนับล้านบาท

ส่วนพ่อค้าแม่ค้าวัยรุ่นที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ นายพิพัฒน์ เกศวรรณศิลป์ เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าหญิงชาย Pumkin สยามบายพาส ตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬาฯ บอกว่า คนสยามรายได้หายไป 90% ในเวลา 2 เดือนกว่าที่ม็อบมาชุมนุม ลำบากมากที่สุดคือค่าเช่าที่สัญญาจริงกับจำนวนจ่ายจริงมีส่วนต่างกันมาก

“ผมยกตัวอย่างสัญญาเช่า 5,000 บาท แต่ตัวเลขจริงต้องจ่ายประมาณ 3 หมื่นบาทไม่รวมค่าไฟอีกเดือนละ 1 หมื่น และยังไม่รวมค่าเก็บกินเปล่าอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมมีรายจ่ายต่อเดือนเกือบ 4 หมื่นบาท จึงอยากให้รัฐบาลช่วยชดเชยรายได้ โดยไม่เก็บค่าเช่า 34 เดือน เพราะเงินส่วนนั้นได้จ่ายให้แก่ผู้ให้เช่าไปแล้ว ทุกวันนี้รายได้ของผมหายไปวันละ 1 หมื่นบาท ไม่ได้ขายของมา 10 วันก็ตกเป็นเงิน 1 แสนบาท”

สำหรับการยื่นเอกสารประกอบการกับสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ในครั้งนี้ เป็นเพียงขั้นตอนแรกที่จะรวบรวมผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากเหตุจลาจล โดยที่สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ จะรวบรวมรายชื่อส่งให้ ศอฉ.และรัฐบาลต่อไป

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่พอใจในมาตรการเยียวยาเบื้องต้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็มีผู้ประกอบการบางรายได้แสดงอาการไม่คาดหวัง เมื่อรู้ว่าจำนวนเงินที่รัฐบาลจะช่วยเหลือนั้นเพียงน้อยนิด

“แต่ขั้นแรกเราก็สบายใจที่ได้กรอกตัวเลขความเสียหาย รัฐบาลน่าจะรับรู้แล้ว แต่ความที่สินค้าในร้านของผมไม่ได้รับผลกระทบเสียหายก็เลยไม่ได้หวังอะไรมาก ฟังเพื่อนๆ หลายคนก็บอกว่าอาจจะได้รับความช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าขั้นต้น 2,0003,000 บาท ก็ไม่หวังอะไรอีก เพราะที่มากรอกแจ้งความเสียหายเป็นเพราะเพื่อนบอกกันปากต่อปากจะได้ดูเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ๆ แต่ก่อนหน้านั้นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการไม่ค่อยมีอยู่แล้ว เพราะจุฬาฯ คือเจ้าของพื้นที่จะคอยดูแลสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ และความปลอดภัยทั้งหมดให้พ่อค้าแม่ค้า ต่างคนต่างก็เลยค้าขายกันไป เพิ่งมีครั้งนี้ที่เราได้รวมตัวคุยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันนะครับว่าอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องชดเชยรายได้และค่าเช่ามากที่สุด ซึ่งอย่างเร็วสิ้นเดือนนี้น่าจะมีข่าวดี แต่ก็อย่างที่บอกนั่นละว่าทุกคนไม่ได้หวังอะไรมากนัก เพราะสถานการณ์รัฐบาลมีเรื่องจัดการเยอะอยู่แล้ว” นายวิศาล บอก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี