
จับคู่ธุรกิจไทยกิมจิสะดุด
เหตุเปลี่ยนการปกครองยื้อต่อวีซ่าถกหน่วยงาน2ประเทศเคลียร์ปัญหา
เหตุเปลี่ยนการปกครองยื้อต่อวีซ่าถกหน่วยงาน2ประเทศเคลียร์ปัญหา
หวั่นจับคู่ธุรกิจไทยเกาหลี สะดุด เหตุการเมือง การต่อวีซ่าเข้าไทย
ทางการไทยผลักคนเกาหลีออกนอกประเทศต่อวีซ่าเข้าไทย
นายเซิงโฮลี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าเกาหลี เปิดเผยว่า ขณะนี้นักธุรกิจเกาหลีที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงผู้ที่ต้องการเข้ามาจับคู่ธุรกิจกับคนไทยเพื่อขยายธุรกิจกว่า 2 หมื่นราย ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการขอและต่อใบอนุญาตการทำงานในไทย จากการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เกิดขึ้น
ขณะที่มาตรการให้ชาวเกาหลีใต้ที่เข้ามาทำงานและพำนักในไทย ที่ถือหนังสือเดินทางลงตราประทับ (วีซ่า) แต่ละประเภทที่ครบกำหนดระยะเวลาอาศัยในไทยแล้ว จะต้องเดินทางออกจากราชอาณาจักรไทยเพื่อต่อวีซ่าเข้ามายังประเทศไทยนั้น อาจส่งผลกระทบด้านความสะดวกในการเจรจาทางธุรกิจ หรือการเป็นพันธมิตรธุรกิจร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศมากขึ้นในอนาคต
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อหารือแก้ไขในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการต่อระยะเวลาการพำนักอาศัยในไทย” นายลี กล่าว
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเกาหลีในไทย ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และร้านอาหาร รวมทั้งยังมีคนเกาหลีบางกลุ่ม ที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตทำงานในไทย เป็นต้น
จากการที่ทางการไทย มีมาตรการให้ชาวเกาหลีใต้ที่เข้ามาทำงานและพำนักไทย ซึ่งถือหนังสือเดินทางลงตราประทับ(วีซ่า) แต่ละประเภทที่ครบกำหนดระเวลาอาศัยในไทยแล้ว จะต้องเดินทางออกจากราชอาณาจักรไทยเพื่อต่อวีซ่าเข้ามายังประเทศไทยนั้น คาดอาจส่งผลกระทบด้านความสะดวกในการเจรจาทางธุรกิจ หรือ การพันธมิตรธุรกิจร่วมกันระหว่าง2ประเทศมากขึ้นในอนาคต
กรณีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีก่อนจนถึงขณะนี้ จากเดิมที่ชาวเกาหลีใต้ดำเนินการต่อวีซ่าระยะเวลาการพำนักในไทยตามแต่ละประเภทได้โดยไม่ต้องเดินทางออกจากราชอาณาจักรไทย ซึ่งขณะนี้สำนักงานฯ อยู่ระหว่างประสานงานไปยังหน่วยงานรัฐในประเทศเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกมากขึ้น ต่อชาวเกาหลีใต้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เตรียมแผนขยายธุรกิจร่วมกับนักลงทุนชาวไทย
“เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลเกาหลีใต้ได้กวาดล้างและส่งกลับแรงงานไทยที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมายอย่างจริงจัง”นายลี กล่าว
ที่ผ่านมา รัฐบาลกลางประเทศเกาหลีใต้มีนโยบายสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีเกาหลี ออกไปขยายการทำธุรกิจนอกประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น หลังจากใช้กลยุทธ์ให้ธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่แบรนด์ระดับโลก อาทิ ซัมซุง ฮุนได แอลจี เกีย เป็นต้น เข้าไปบุกเบิกการทำตลาดภายใต้ตราสินค้าจากเกาหลีมาเกือบ 10 ปีก่อนหน้า และเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกาหลีใต้จำนวนหลายสิบรายที่เข้ามาขยายธุรกิจในไทย และมีการตกลงทำธุรกิจร่วมกัน อาทิ ในกลุ่มเครื่องสำอาง อาหาร เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรม ยานยนต์ มีดเซรามิก อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นสำหรับเสียบจมูก เป็นต้น โดยปัจจุบัน
ขณะที่ข้อมูลเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ระบุมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกาหลีในไทย แบ่งออกเป็นดังนี้ สำหรับสินค้าเกาหลีนำเข้าสำคัญ อาทิ กลุ่มเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เป็นต้น5,022.9 ล้านบาท 5.สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์4,442.4 ล้านบาท ,6.เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน3,182.4 ล้านบาท ,7. เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 3,151.0 ล้านบาท ,8.ผลิตภัณฑ์โลหะ2,865.8 ล้านบาท ,9 ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ 2,351.1 ล้านบาท และ 10.พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช1,861.2 ล้านบาท







