posttoday
ประเทศไทยจะ turn around ได้อย่างไร

ประเทศไทยจะ turn around ได้อย่างไร

29 พฤษภาคม 2557

เมื่อวันก่อน ผมได้รับข้อความจาก line ที่ส่งต่อๆ กันมา เรื่อง “บริษัทจะ turn around ได้อย่างไร?” เป็นบทความที่ดีน่าสนใจมากครับ เมื่ออ่านๆ ไปก็คิดถึงประเทศไทยจริงๆ เพราะประเทศไทยเวลานี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากบริษัทที่จะ turn around หลังจากที่ประเทศไทยแทบจะหยุดนิ่งจากความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่า 10 ปี

เมื่อวันก่อน ผมได้รับข้อความจาก line ที่ส่งต่อๆ กันมา เรื่อง “บริษัทจะ turn around ได้อย่างไร?” เป็นบทความที่ดีน่าสนใจมากครับ เมื่ออ่านๆ ไปก็คิดถึงประเทศไทยจริงๆ เพราะประเทศไทยเวลานี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากบริษัทที่จะ turn around หลังจากที่ประเทศไทยแทบจะหยุดนิ่งจากความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่า 10 ปี

งั้นเรามาดูกันมั้ยครับว่า การที่จะพลิกฟื้นกิจการกลับมาใหม่ ที่เรียกว่าการ turn around นั้นต้องทำอะไรบ้าง จึงจะเกิดการพลิกฟื้นกิจการขึ้นอย่างแท้จริง

1.เปลี่ยนผู้นำ

ในสถานการณ์ที่ต้องพลิกฟื้นกิจการ หรือ Turnaround Situation ส่วนใหญ่มักต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงเสมอ ทั้งนี้ เพราะผู้บริหารเดิมมักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กิจการเกิดปัญหาชะงักงันหรือถดถอย ไม่ว่าจะเกิดจากการโกง ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงาน หรือการขาดวิสัยทัศน์ก็ตามที แต่บางทีก็มีเหมือนกันที่แม้ความถดถอยขององค์กรนั้นเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทว่า ผู้บริหารก็ถูกเปลี่ยนอยู่ดี

ผู้บริหารใหม่ที่จะเข้ามาเป็น Turnaround Manager นั้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกันก็ได้ อย่างกรณีของไอบีเอ็มที่ตกต่ำอย่างหนักในช่วงปี 1990-1996 คณะกรรมการสรรหาก็ต้องตัดสินใจว่าจ้างลู เกิร์ตสเนอร์ จาก RJR NABISCO ซึ่งเป็นกิจการอาหารเข้ามาเป็นซีอีโอแทน และเมื่อเวลาผ่านไปก็พิสูจน์แล้วว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเกิร์ตสเนอร์มาพร้อมกับกระบวนทัศน์ในการสร้างความมั่งคั่งให้กับไอบีเอ็มในรูปแบบใหม่ พร้อมกับความคิดแหวกแนวต่างๆ ที่คนในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ด้วยกันยากจะคิดออก

การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารนั้น บางทีก็ต้องเปลี่ยนกัน “ทั้งคณะ” หรือทั้งทีม เพื่อแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จและป้องกันปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้น หรือปัญหาเดิมๆ จะวกกลับมาอีก และลดจากความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารกลุ่มใหม่กับกลุ่มเดิมหากกลุ่มเดิมยังอยู่บางคน

ในทางปฏิบัติการเปลี่ยนทีมบริหารต้องเริ่มจากหา “หัว” หรือ Chief Executive Officer ให้ได้เสียก่อน เพื่อให้หัวนั้นไปหาทีมของเขาเอง

เหมือนเมืองไทยเดี๊ยะเลย ใครจะว่าการทำรัฐประหารเป็นการถอยหลังเข้าคลองหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับผมแล้ว มันคือการล้างไพ่ แล้ว reset กันใหม่ เพราะเราทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า หากไม่มีการพลิกฟื้นอย่างจริงจัง ประเทศไทยก็คงมีปัญหาอยู่ตลอดไป แม้จะมีหลายคนเห็นว่ารัฐประหารไม่แก้ปัญหาก็ตาม ซึ่งคงไม่มีใครตอบได้ว่า แก้ได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ การปล่อยปัญหาไว้โดยไม่แก้ไข ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องแน่นอน

2.คุมเข้มเรื่องการเงิน ปรับโครงสร้างทุน หรืออาจปรับโครงสร้างหนี้

หลังเปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่แล้ว กลยุทธ์แรกที่นิยมนำมาใช้ในการพลิกฟื้นกิจการคือ “การเข้มงวดทางการเงิน” การเข้มงวดเรื่องการเงิน มิได้หมายความว่า บริษัทจะไม่ใช้จ่ายเงิน แต่หมายถึงความเข้มงวดในการตรวจสอบและการให้ความสำคัญกับข้อมูลทางการเงิน เพื่อป้องกันการรั่วไหล ทั้งทางด้านรายได้ที่ต้องติดตามเก็บเงินให้ได้ตามเป้าภายในระยะเวลาที่กำหนด และทางด้านรายจ่ายที่ต้องใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทั่วไปแล้ว ในระยะแรกผู้บริหารชุดใหม่จะต้องลงมาเล่นเองในเรื่องเงินทอง โดยการรวมศูนย์นโยบายการเงินเข้ามาไว้ที่ส่วนกลาง เพราะยิ่งเป็นกิจการใหญ่ที่มีบริษัทลูกจำนวนมากโอกาสที่จะควบคุมไม่ถึงก็มีสูง

ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้เหมาะสำหรับกิจการที่ยังมีอนาคตดี แต่ประสบปัญหาเพราะมีหนี้สินเกินพอดี หรือใช้เงินผิดประเภท เช่น กู้เงินระยะสั้นมาลงทุนในโครงการที่ต้องอาศัยเวลานานกว่าจะคืนทุน หรือกู้เงินนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินควร เป็นต้น

จากประสบการณ์การคุมเข้มเรื่องการเงินเมื่อมีการเปลี่ยนทีมบริหาร ก็คือการเข้าไปดูกระบวนการทำงาน นโยบายของผู้บริหารเดิม สิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็นก็คือ ความเสียหาย หรือความไม่มีประสิทธิภาพในบางจุดที่ผู้บริหารเดิมทำไว้ หรืออย่างครั้งนี้ สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมภายใต้รัฐบาลเก่าก็เริ่มโผล่มาให้เห็น เราถึงได้รู้ว่าโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนจริงๆ เท่าไหร่ และมีข้าวหายไปกี่ล้านตัน เป็นต้น ทั้งที่ในรัฐบาลเก่าจะยืนกระต่ายขาเดียวว่า เป็นความลับยังปิดบัญชีไม่เสร็จบ้าง หรือไม่มีข้าวหายบ้าง

3.ปรับโครงสร้างองค์กรและธุรกิจใหม่

การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อให้รองรับกับแนวคิดหรือกระบวนทัศน์ใหม่เป็นเรื่องที่ต้องทำ และพร้อมกันนี้ก็อาจมีการปรับบุคลากรทั้งระบบใหม่ โดยมีจุดหมายที่การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งเพื่อบรรจุตามโครงสร้างใหม่ ซึ่งถ้าบุคลากรข้างในคุณสมบัติไม่ตรงก็ต้องหามาจากข้างนอก

พร้อมกันนี้ ก็อาจทำการกระจายอำนาจไปยังหน่วยบริหารย่อยต่างๆ เพื่อเตรียมบุกอีกรอบ

กระจายอำนาจคือ การกระจายความรับผิดชอบและอำนาจการตัดสินใจในเชิงการบริหาร ส่วนนโยบายการเงินนั้น ส่วนใหญ่จะถูกควบคุมไว้ที่ส่วนกลางเหมือนเดิมระยะหนึ่งก่อน

ในครั้งนี้เราก็ได้เห็นการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะ คสช. ในการกำกับดูแลกระทรวงต่างๆ และในอนาคตอันใกล้ คงมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในหน่วยงานสำคัญ เพื่อให้คนที่ไว้วางใจได้มาบริหารแทน

4.การหาตลาดใหม่

หลังจากปรับองค์กรใหม่แล้ว ก็ถึงคราวที่จะต้องรุกทางด้านการตลาดกันอย่างจริงจัง ในกระบวนการกำหนดแผนการตลาดเชิงยุทธ์ หรือ Marketing Strategy นั้น จะต้องประเมินตลาด คู่แข่งขัน และทรัพยากรไปพร้อมกัน การหาตลาดใหม่และการคิดค้นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการฟื้นฟูกิจการ

5.ยกระดับการตลาดหรือพัฒนาตลาด

การยกระดับการตลาดนับเป็นมิติหนึ่งของกลยุทธ์การฟื้นฟูกิจการ การยกระดับที่ว่านี้ต้องยกระดับทั้ง Value Chain ตั้งแต่กระบวนการวางแผน การตั้งเป้าหมาย การกำหนดกลยุทธ์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ ยุทธวิธีที่จะใช้ในแต่ละช่วง ไปจนถึงการควบคุมให้ได้ผลในเชิงปฏิบัติ

6.เลือกเฟ้นและมุ่งเน้นการเข้าซื้อกิจการ

บางทีการเข้าซื้อกิจการอื่นอาจเป็นทางเลือกที่ดีในการพลิกฟื้นสถานะขององค์กรที่กำลังถดถอย กลยุทธ์แบบนี้ การซื้อกิจการอาจเป็นการซื้อข้ามอุตสาหกรรม เช่น กิจการบุหรี่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าธุรกิจบุหรี่นั้นอิ่มตัวแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่สูบบุหรี่น้อยลง อีกทั้งกระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรงมาก หากปล่อยแบบนี้ในอนาคตเขาจะแย่ จึงหาทางแก้ลำโดยการเข้าซื้อกิจการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ (เช่น ธุรกิจอาหาร) โดยหวังว่าจะสามารถยึดกิจการนั้นเป็นหลักในอนาคต เมื่อบุหรี่ถดถอยไป เป็นต้น แต่การเลือกกลยุทธ์นี้ต้องมองวิเคราะห์ให้รอบด้าน เพราะอาจกลายเป็นซ้ำเติมบริษัทก็ได้

บางทีเราเรียกกลยุทธ์แบบนี้ว่า Endgame Strategy หรือ “กลยุทธ์ทิ้งทวนธุรกิจ”

7.การตัดสินทรัพย์ขายทอดตลาด หรือ Devestment

การตัดสินทรัพย์ขายทอดตลาด หรือ Devestment ก็สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการพลิกฟื้นกิจการได้เช่นกัน โดยทั่วไปแล้วกลยุทธ์นี้จะใช้ร่วมกับกลยุทธ์แบบอื่น เช่น การลดต้นทุน หรือการลงทุนเพิ่มในกิจการหลัก เพราะสินทรัพย์ที่ถูกตัดขายจะเป็นสินทรัพย์ที่มิใช่ Core Business หรือธุรกิจหลักของกิจการ

8.การลงทุนเพิ่ม

การลงทุนเพิ่มในภาวะถดถอยควรเป็นไปเพื่อการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ หรือเข้าสู่ตลาดใหม่ หรือเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งหวังให้เป็น “อนาคตใหม่” ของกิจการ

การลงทุนในภาวะถดถอยต้องมีข้อมูลที่แน่ชัด เพราะในภาวะถดถอยนั้นทุกคนจะเสียกำลังใจ และมองอะไรในแง่ร้ายไปหมด ผู้บริหารจึงต้องหนักแน่นและสร้างความมั่นใจในหมู่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นมาก ดังนั้น ผู้บริหารที่เชื่อในแนวทางนี้ต้องมีความมุ่งมั่นสูงมาก เพราะเป็นการดำเนินกลยุทธ์แบบ “ฝืนจิตวิทยา” ของคนส่วนใหญ่ในองค์กร

เราก็ได้เห็นทาง คสช. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ และมีการเสนอแผนกู้เศรษฐกิจออกมากันแล้วไม่ว่าจะเป็นการสร้างรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้า โครงการน้ำ ฯลฯ เพื่อที่จะผลักดันให้ GDP ปีนี้เติบโตไม่น้อยกว่า 3%

ก็หวังว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งนี้น่าจะก่อให้เกิดสิ่งที่ดีๆ กับประเทศ และหวังว่าน่าจะเป็นขั้นกระไดที่สำคัญที่จะพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท